ส่งออกตะวันออกกลางต่ำสุดรอบ 5 ปี อุตฯรถยนต์ ส.อ.ท. จ่อลดเป้าผลิตรถยนต์ปี’69
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 103,794 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.44% จากการส่งออกรถยนต์ ลดลง 8.43% อยู่ที่ 60,190 คัน เนื่องจากไทยส่งออกรถยนต์ไปตลาดตะวันออกกลางได้เพียง 993 คัน ลดลงถึง 11,053 คัน คิดเป็นการลดลงถึง 91.76% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพราะผลกระทบจากสงครามระหว่าง สหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ไม่สามารถส่งออกรถยนต์ได้ และการลดลงในตลาดยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ นอกจากนี้ ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 36,532 คัน ลดลง 1.70% จากรถกระบะที่มียอดขายลดลง 9.7% เพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน จากเศรษฐกิจและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนและการจ้างงานยังน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
“ปัจจัยข้างต้น โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงในตลาดตะวันออกกลาง จากสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 9.5 แสนคัน หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อไปนานมากกว่า 3 เดือน”นายสุรพงษ์กล่าว
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.54% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เมื่อปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการออกรถรุ่นใหม่และการเริ่มผลิตรถบรรทุกของบริษัทหนึ่งที่ย้ายโรงงาน รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 1 ที่ 2.8% และการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการต่างๆ อาจช่วยสร้างงานสร้างเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงขึ้นหากลงทุนปีนี้ รวมทั้งการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลที่จะลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่มการลงทุน เพิ่มการจ้างงานในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ยังต้องติดตามภาวะสงครามอย่างใกล้ชิดในเดืนพฤษภาคม-มิถุนายนว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน เพื่อประกอบการทบทวนประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ให้มีความชัดเจนอีกครั้ง ขณะนี้เรายังคงเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 9.5 แสนตันคน และยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5.5 แสนคัน ทั้งนี้ยังมีปัจจัยลบที่น่ากังวลมาก คือ การขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนต่างๆ โดยอ้างสงครามตะวันออกกลาง จะยิ่งซ้ำเติมต่อยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงด้วย จึงใคร่ขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์คุมราคาไว้ในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอไประยะหนึ่ง

