หน้าแรก เศรษฐกิจ สิริพงศ์ ดัน ...

สิริพงศ์ ดัน สทร.ลุย ภารกิจ รถไฟท่องเที่ยวหรู-รถไฟไฮบริดสัญชาติไทย-แก้ปัญหาระบบเตือนจุดตัด

25.05.26 | 19:10 น.

สิริพงศ์ ดัน สทร.ลุย ภารกิจ รถไฟท่องเที่ยวหรู-รถไฟไฮบริดสัญชาติไทย-แก้ปัญหาระบบเตือนจุดตัด

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ชั้น 10 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย ภายหลัง มอบนโยบายและตรวจเยี่ยม สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) ว่า สทร. มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีให้ไทยสามารถก้าวจากผู้ใช้ ไปสู่ผู้ผลิตเทคโนโลยีและลิขสิทธิ์ของตนเองได้ในอนาคต


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สทร. มีผลงานด้านวิชาการและมาตรฐานระบบรางหลายด้านที่สามารถนำไปใช้จริง โดยเฉพาะการจัดทำมาตรฐานงานก่อสร้างระบบรางของไทย จากเดิมที่ต้องอ้างอิงมาตรฐานต่างประเทศ ปัจจุบันไทยเริ่มมีมาตรฐานของตนเอง ซึ่งมีความเหมาะสมกับบริบทการใช้งานในประเทศมากขึ้น แม้ผลงานส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ “ปิดทองหลังพระ” ที่ประชาชนอาจไม่เห็นชัดเจน แต่ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของไทย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดและจุดทางลักผ่านรถไฟที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ตนจึงได้มอบนโยบายให้ สทร. ปรับบทบาทและให้น้ำหนักกับเรื่องความปลอดภัยในระบบรางเพิ่มเติมในช่วง 3 ปีนับจากนี้ โดยให้ สทร.ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Consultant) ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาจุดตัดทางลักผ่านเพื่อลดความเสี่ยง แทนการใช้แรงงานคนและระบบควบคุมแบบเดิม (Manual) มุ่งลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) ให้ได้มากที่สุด

Advertisement

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้นั้น จะใช้งบของ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ติดตั้งเทคโนโลยีการสัญญาณ ระบบไฟ รวมถึงเสียงแจ้งเตือนต่างๆ บนถนนบริเวณทางข้ามรถไฟ เพื่อป้องกันและแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่รถไม่ละเมิดกฎหมายจราจรโดยการจอดรถข้ามเส้น หรือค่อมเลนทางรถไฟ และจะเป็นการติดตั้งระบบเตือนภัยบนท้องถนนบริเวณจุดตัดรถไฟ ไม่ได้นำงบประมาณไปใช้กับตัวระบบราง โดยในเฟสแรกจะนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง และจุดลักผ่านทางรถไฟ 22 จุด จากนั้นจะเริ่มขยายสู่ทางตัดอื่นๆ ในต่างจังหวัด ส่วนการติดตั้งไม้กั้นทางรถไฟ ยอมรับว่า กระทรวงคมนาคมต้องยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ คาดจะสามารถดำเนินการได้หลังจากการติดตั้งสัญญาณเตือนทางจุดตัดทางรถไฟในเฟสแรก พร้อมย้ำว่า ทุกระบบไม่ว่าจะเป็นไม้กั้น หรือสัญญาณเตือน รวมถึงระบบอื่นๆ ต้องเชื่อมโยงกัน การยกระดับความปลอดภัยถึงจะสัมฤทธิ์ผล

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการพัฒนารถไฟสัญชาติไทย ที่ สทร. อยู่ระหว่างและคาดว่าจะเห็นความชัดเจนและเปิดตัวภายในปี 2569 นี้ ได้แก่ 1. โครงการ Siamese Train รถไฟท่องเที่ยวระดับซูปเปอร์ลักชัวรี (Super Luxury) ซึ่งเป็นการพัฒนาปรับปรุงรถไฟตู้โดยสารแบบเดิม ให้เป็นรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางนอกเหนือจากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ให้กับประเทศ โดยภายในจะมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ระบบ Wi-Fi และระบบตรวจจับความปลอดภัยต่าง ๆ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะดำเนินการจำนวน 5 ตู้ ใช้งบประมาณรวมประมาณ 65 ล้านบาท คาดว่าจะได้เห็นความคืบหน้าในปี 2569 นี้

2.โครงการพัฒนาและยกระดับตู้โดยสารรถไฟชั้น 3 (ตู้พัดลม)ให้เป็น ตู้โดยสารปรับอากาศ ในรูปแบบต้นแบบ (Prototype) โดยใช้งบประมาณตู้ละประมาณ 12 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเห็นต้นแบบภายในปีนี้ ก่อนพิจารณาขยายผลในระยะต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ขณะเดียวกัน สทร. ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ขบวนรถไฟ ของไทย “อินทรีย์เมฆา – NGAO” หรือ ง้าว โมเดลขบวนรถไฟไฮบริดรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบทางวิศวกรรมและพัฒนาต้นแบบ โดยใช้งบประมาณทั้งขบวนรวมทั้งหมด 400 ล้านบาท สำหรับจำนวนรวมทั้ง 4 ตู้ ทั้งนี้ คาดว่า จะใช้เวลาออกแบบทางวิศวกรรมประมาณ 1 ปี ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสร้างต้นแบบจริงในปีถัดไป หรือประมาณ 2 ปีจึงจะเห็นต้นแบบสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนใกล้ยื่นจดสิทธิบัตร โดยรถไฟต้นแบบดังกล่าวถูกออกแบบให้มีความทันสมัย