ผ่าข้อมูลอินไซด์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ใครสมัครมากสุด?
กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้าการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ในวันแรก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พบว่ากระแสตอบรับจากทั้งเป็นไปอย่างคึกคัก โดยจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดระบบ สำหรับฝั่งประชาชน มีผู้ลงทะเบียนสะสมแล้ว 24,439,670 ราย จากเป้าหมายจำนวนสิทธิทั้งหมด 30,000,000 ล้านราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 18,322,038 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาก่อน ขณะที่อีก 5,705,982 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ และมีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 411,650 ราย ทั้งนี้ กลุ่มที่ไม่ผ่านคุณสมบัติส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขของโครงการดังกล่าว
วัยทำงานเข้าร่วมโครงการมากที่สุด
กระทรวงการคลังรายงานว่า เมื่อพิจารณาโครงสร้างประชากร ผู้ลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในด้านอายุพบว่ากลุ่มวัยทำงานถือเป็นสัดส่วนหลักของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งออกเป็น 1. กลุ่มอายุ 31-45 ปี มีจำนวนมากที่สุด คิดเป็น 35% จำนวน 6.4 ล้านราย 2. กลุ่มอายุ 46-60 ปี คิดเป็น 29% จำนวน 5.3 ล้านราย 3. กลุ่มอายุ 21-30 ปี คิดเป็น 18% จำนวน 3.3 ล้านราย 4. กลุ่มอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 14% จำนวน 2.6 ล้านราย และ 5. กลุ่มอายุ 18-20 ปี คิดเป็น 4% จำนวน 8 แสนราย
ทั้งนี้ สำหรับสัดส่วนเพศ พบว่าผู้หญิงลงทะเบียนมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีจำนวน 10.8 ล้านราย คิดเป็น 59% ขณะที่ผู้ชาย 7.5 ล้านราย คิดเป็น 41% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด
ร้านค้าภาคอีสาน เข้าร่วมโครงการสูงสุด
กระทรวงการคลังรายงานว่า ขณะเดียวกัน ฝั่งร้านค้าก็มีการตอบรับโครงการอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 983,141 ราย แบ่งออกเป็นประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด คือ 550,847 ราย รองลงมาคือร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ 262,656 ราย ร้านธงฟ้า 157,235 ราย และร้าน OTOP อีก 10,498 ราย นอกจากนี้ ยังมีกิจการขนส่งสาธารณะเข้าร่วมโครงการจำนวน 1,838 ราย และกิจการขนส่งมวลชนสาธารณะอีก 67 ราย โดยในกลุ่มขนส่งสาธารณะประกอบด้วยแท็กซี่ 1,498 คัน รถจักรยานยนต์สาธารณะ 287 คัน รถยนต์สามล้อสาธารณะ 27 คัน และรถสองแถวรับจ้าง 26 คัน ส่วนระบบขนส่งมวลชนประกอบด้วยรถโดยสารประจำทาง 58 เส้นทาง รถไฟฟ้าในเขตเมือง 5 ระบบ รวมถึงรถไฟและเรือโดยสารอย่างละ 2 รายการ
ทั้งนี้ การลงทะเบียนโครงการ จำนวนการลงทะเบียนโครงการของร้านค้า สำหรับภาพรวมเชิงพื้นที่พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนสูงที่สุด 192,685 ราย คิดเป็น 19% ของทั้งประเทศ รองลงมาคือกรุงเทพมหานคร 146,841 ราย คิดเป็น 15% ปริมณฑล 143,820 ราย คิดเป็น 15% ภาคใต้ 140,639 ราย คิดเป็น 14% และภาคกลาง 127,646 ราย คิดเป็น 13% ภาคตะวันออก 103,596 ราย คิดเป็น 10% ภาคเหนือ 90,997 ราย คิดเป็น 9% และภาคตะวันตก 43,812 ราย คิดเป็น 4%
10 อันดับจังหวัดร้านค้าร่วมโครงการมากที่สุด
กระทรวงคลังรายงานว่า ข้อมูลสถิติ 10 อันดับจังหวัดแรก จำนวนร้านค้าในประเทศไทย ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร จำนวน 146,841 ร้านค้า คิดเป็น 15% 2. ชลบุรี จำนวน 46,708 ร้านค้า คิดเป็น 5% 3. สมุทรปราการ จำนวน 39,060 ร้านค้า คิดเป็น 4% 4.นนทบุรี จำนวน 35,637 ร้านค้า คิดเป็น 4% 5.ปทุมธานี จำนวน 34,799 ร้านค้า คิดเป็น 4% 6.นครราชสีมา จำนวน 32,717 ร้านค้า คิดเป็น 3% 7. เชียงใหม่ จำนวน 31,018 ร้านค้า คิดเป็น 3% 8. สงขลา จำนวน 28,274 ร้านค้า คิดเป็น 3% 9. นครศรีธรรมราช 23,655 ร้านค้า คิดเป็น 2% และ 10. นครปฐม จำนวน 20,159 ร้านค้า คิดเป็น 2%

