‘วราวุธ’ปลื้มนิคมอุตสาหกรรมโตแรง รับย้ายฐานผลิตโลก ลงทุนสะสมทะลุ 13.37 ล้านล้านบ.

26.05.26 | 16:09 น.
ปลื้มนิคมอุตสาหกรรมโตแรง

‘วราวุธ’ปลื้มนิคมอุตสาหกรรมโตแรง รับย้ายฐานผลิตโลก ลงทุนสะสมทะลุ 13.37 ล้านล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าผลการดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ภายใต้นโยบาย “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง รับกระแสการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดของภูมิภาค

ทั้งนี้ นโยบายพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon City) ของ กนอ. ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นายวราวุธ กล่าวว่า กนอ. ยังเร่งยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้เป็นจุดหมายหลักของนักลงทุนโลก ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1. การร่วมมือกับธนาคารโลกเพื่อดึง Green Finance สนับสนุนเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2. การผลักดันตลาดคาร์บอนเครดิตมาตรฐานสากล 3. การปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนอนุญาตตั้งโรงงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และ 4. การนำระบบตาอัจฉริยะตรวจสอบมลพิษสิ่งแวดล้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานว่า ณ เดือนมีนาคม 2569 ภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 82 แห่ง ครอบคลุม 18 จังหวัด เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 75 แห่ง มีโรงงานเข้าประกอบกิจการกว่า 5,798 โรง และมีมูลค่าการลงทุนสะสมสูงถึง 13.37 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในไตรมาสแรกปี 2569 ที่มีมูลค่ากว่า 1.01 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 2.4 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาค

Advertisement

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตดังกล่าวสะท้อนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยและความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมผลักดัน “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย” หรือ Thailand Future Fund (TFF) ระยะใหม่ วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในการพัฒนาโครงการเศรษฐกิจสีเขียว รองรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานสะอาดในอนาคต อาทิ ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ทั้งนี้ นายสุเมธ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตมาจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากจีนและฮ่องกง ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12 ในปี 2566 เป็นกว่าร้อยละ 23 ในปัจจุบัน และส่วนใหญ่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล

ปัจจุบัน กนอ. ยังมีพื้นที่รองรับการลงทุนอีกกว่า 24,984 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีแผนเร่งพัฒนา Smart Port มาบตาพุด หรือท่าเรืออัจฉริยะ ด้วยระบบดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) และสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกต่อไป