หน้าแรก เศรษฐกิจ คมนาคม สรุปผล...

คมนาคม สรุปผลสอบ เครนถล่ม ‘สีคิ้ว-พระราม2’ ชี้ระบบปลอดภัยล้มเหลว ยังไม่ ‘ยกเลิกสัญญา’ ผู้รับเหมา

26.05.26 | 17:18 น.

คมนาคม สรุปผลสอบ เครนถล่ม ‘สีคิ้ว-พระราม2’ ชี้ระบบความปลอดภัย ทำงานล้มเหลว ไม่เกี่ยววัสดุด้อยคุณภาพ – ยังไม่ ยกเลิกสัญญา 2 บริษัทผู้รับเหมา 

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ห้องประชุม กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตกทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และอุบัติเหตุโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (ถนนพระราม 2) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

นายจิระพงศ์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตกทับขบวนรถไฟ ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรชำรุด แต่เกิดจากความล้มเหลวของระบบความปลอดภัยในการทำงาน และการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมงาน โดยผู้รับจ้างไม่มีการขออนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ไม่มีการปิดเส้นทางเดินรถระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ตรวจสอบเครื่องจักรให้ครบถ้วน และไม่มีวิศวกรควบคุมความปลอดภัยอยู่หน้างานจริง ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเครนผิดขั้นตอน จนโครงสร้างรับน้ำหนักพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ

นายจิระพงศ์กล่าวว่า ในส่วนของอุบัติเหตุที่ถนนพระราม 2 สาเหตุหลัก เกิดจากความล้มเหลวของระบบความปลอดภัยในการทำงาน เช่นกัน ไม่ได้เกิดจากวัสดุด้อยคุณภาพ ดินทรุด หรือภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากความผิดพลาดในการติดตั้งหลายจุดสะสมกัน

Advertisement

โดยจุดก่อสร้างมีลักษณะลาดเอียง ทำให้ต้องใช้แผ่นเหล็กซ้อนกันถึง 8 ชั้น สูงกว่า 80 เซนติเมตร เพื่อปรับระดับรองรับเครนหนักหลายร้อยตัน คล้ายการนำอิฐซ้อนสูงเกือบ 1 เมตรแล้ววางรถบรรทุกหนักบนพื้นที่เอียง ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างยังติดตั้งระบบยึดเครนผิดแบบ จากระบบ ที่คู่มือกำหนดให้มีจุดหมุนและลูกล้อ (Pin-Roller) ทำให้โครงสร้างขยายตัวตามอุณหภูมิได้ ไปเป็นจุดหมุนทั้งสองด้าน (Pin-Pin) ที่ล็อกตายทั้งสองด้าน ซึ่งเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า โครงสร้างเหล็กจึงขยายตัวและเกิดแรงดันด้านข้าง ทำให้แผ่นเหล็กที่ซ้อนรองรับอยู่เริ่มไถลออกทีละชั้น จนขารับเครนพังและทำให้เครนถล่มลงมา

สำหรับมาตรการสมุดพก ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมกำลังรอระเบียบการจาก กรมบัญชีกลาง ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดกติกาการบันทึกประวัติความประพฤติ (สมุดพก) ของผู้รับเหมา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิทธิการประมูลงานในอนาคต ดังนั้น ช่วงที่รอหลักเกณฑ์จากกรมบัญชีกลาง จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งจะลงลึกในเชิง นิติวิศวกรรม คาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการทางวินัยควบคู่กันไป โดยหลังผลตรวจสอบนิติวิศวกรรมแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569 จะเริ่มกระบวนการเอาผิดทั้งทางอาญา ทางจรรยาบรรณวิชาชีพ และทางวินัยพร้อมกัน ทั้งนี้ ความเสียหายของโครงสร้างและชิ้นส่วนที่ต้องรื้อและผลิตใหม่ มีมูลค่าประมาณ 11 ล้านบาท ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นายปิยพงษ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นการบอกเลิกสัญญากับทางผู้รับเหมา หรือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตรงนี้ แม้ผลสอบข้อเท็จจริงจะชี้ว่าผู้รับจ้างมีความผิด แต่กรมทางหลวงตัดสินใจยังไม่บอกเลิกสัญญา เนื่องจากงานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนที่ของโครงการ M82 เหลือแค่ช่วงส่วนเก็บงานที่เหลือคือช่วงการติดตั้งสแปน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันการเปิดใช้ถนนพระรามสองตามกำหนดภายในเดือนสิงหาคม 2569 ดังนั้น หากยกเลิกอาจทำให้โครงการหยุดชะงักเป็นเวลานาน ต้องหาผู้รับจ้างรายใหม่ และอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนและงบประมาณรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงให้ผู้รับจ้างรายเดิมดำเนินการต่อ แต่จะเพิ่มมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น สั่งให้บริษัทดังกล่าวเปลี่ยนทีมที่ดูแลการก่อสร้างก่อนหน้านี้ออกทั้งหมด พร้อมให้หาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบคาน ที่มีมาตรฐานสากลเข้ามาดูแลการก่อสร้างในส่วนที่เหลือ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่า​การรถไฟแห่งประเทศไทย​ (รฟท.) ระบุว่า ขณะนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังอนุญาตให้ผู้รับจ้างเอกชนดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างต่อได้ เนื่องจากการก่อสร้างโครงการสัญญาบริเวณนั้น มีความคืบหน้ากว่า 99% เหลืองานอีกเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม รฟท. อยู่ระหว่างรวบรวมความเสียหายและรอความเห็นจากอัยการสูงสุดประกอบการพิจารณาด้านกฎหมาย

โดยยืนยันว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ส่วนการพิจารณาเรื่องบอกเลิกสัญญากับทางผู้รับจ้าง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะมีการยกเลิกสัญญาได้หรือไม่