‘ไชยชนก’ โต้ปม TH-AI Passport ย้ำโปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้งบทุกบาทคุ้มค่า

28.05.26 | 13:24 น.
TH-AI Passport

‘ไชยชนก’ โต้ปม TH-AI Passport ย้ำโปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้งบทุกบาทคุ้มค่า

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์โครงการ “TH AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเปรียบเทียบว่าเป็น รหัส ATM กดเงิน และโยงกับยุคงบทำแอปฯในอดีต ว่า หากถามว่าอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพ ศักยภาพการพัฒนาด้านดิจิทัลได้มากที่สุดในปัจจุบันคืออุปกรณ์ใด คำตอบนั้นก็คือ AI  ดังนั้นกระทรวงดีอี จึงได้เตรียมดำเนินโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท สำหรับจัดหา AI จำนวน 12 โมเดล เพื่อให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งไม่ใช่การแจก AI โปรฟรี แต่อย่างใด

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 และใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding ซึ่งเป็นระบบเปิดแข่งขันอย่างเป็นธรรม และมีวิธีการใช้งบกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) หรือ DE Fund และการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบทุกประการ

ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน หลังผลการศึกษาพบว่า ไทยมีอัตราการเข้าถึง AI หรือ AI Diffusion เพียง 10.7% ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยสิงคโปร์อยู่ที่ 60.9% และเวียดนามอยู่ที่ 23.5%

นอกจากนี้หลายประเทศทั่วโลกมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง AI ฟรี เพื่อยกระดับ Productivity ของประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่สนับสนุน Premium AI Tools ควบคู่หลักสูตร AI Literacy โดยใช้งบประมาณกว่า 27,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 900 บาทต่อคนต่อปี

ในขณะที่การดำเนินการโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี จะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน AI ได้ถึงจำนวน 5 ล้านคน และจะทำให้ไทยมีอัตราการเข้าถึง AI เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 23% สูงกว่าค่าเฉลี่ย Global Benchmark ที่ 16.3% โดยใช้งบเฉลี่ยเพียง 324 บาทต่อคนต่อปี หรือประมาณ 27 บาทต่อเดือนเท่านั้น

Advertisement

สำหรับเป้าหมายของโครงการ คือ “Learn to Earn” มุ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI อย่างมีคุณภาพ ผ่านหลักสูตร Up Skill ที่ใช้งานได้จริง โดยร่วมพัฒนากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้

ด้านประเด็นความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ยืนยันว่า ผู้ให้บริการ AI จะไม่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไป Gen AI ต่อได้ โดยข้อมูล User และ Prompt จะจัดเก็บบน Cloud ภายในประเทศไทย และเข้าถึงได้เฉพาะในรูปแบบ Anonymous เท่านั้น ส่วนการ Verify ID ใช้เพื่อยืนยันสิทธิ์การใช้งานสำหรับคนไทย โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่เจ้าของโมเดล AI แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงสร้างระบบ โครงการนี้ได้เปิดให้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถบริหารจัดการได้หลายรูปแบบ ทั้ง Token Allocation, Reserve Capacity ผ่าน TPU/GPU Cloud หรือ Hybrid Model โดยกำหนด Technical Specification แบบเน้นผลลัพธ์การใช้งานจริงมากกว่ากำหนดจำนวน Token แบบตายตัว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ

“โครงการ TH-AI Passport เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึง AI ระดับ Pro ลดความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงเทคโนโลยี จากการต้องแชร์บัญชีใช้งานร่วมกันหลายคน และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงศักยภาพ Advanced Generative AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนการใช้ AI แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพคนไทย ให้สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับโลก และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วต่อไปในอนาคต” นายไชยชนก กล่าว