‘ยศชนัน’ ชู Thailand Next ปั้นเศรษฐกิจฐานขีดความสามารถ ดัน AI-เซมิคอนดักเตอร์-อวกาศ พลิกอนาคตประเทศ ชี้ไทยต้องไม่เป็นแค่ฐานผลิต เร่งลงทุน R&D-กำลังคนสมรรถนะสูง รับมือ Tech War
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ประชาชาติธุรกิจ หนังสือพิมพ์ธุรกิจในเครือมติชน จัดสัมมนา “Thailand Next – THE SUCCESSOR เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 50 โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ Thailand Next .. ตอนหนึ่งว่า พยายามจะตีความคำว่า SUCCESSOR เป็นการส่งต่อประเทศจากรูปแบบหนึ่ง ไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับ New Growth Engines หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตอนนี้เราอยู่สถานการณ์ที่เรียกว่า Tech War หรือสงครามเทคโนโลยี ซึ่งหากเราต้องการพัฒนาประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดิม และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เราจำเป็นต้องมี R&D อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมหารือกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ซึ่งมีการพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจ ข้อแรก ประเทศฝรั่งเศสอยากทำความร่วมมือกับประเทศไทยในการทำ HPC (High-Performance Computing) ซึ่งจะมีเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ เข้ามาเกี่ยวข้อง 2.Quantum HPC 3.การพัฒนาเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงความร่วมมือด้าน อื่น ๆ อาทิ Spece หรือเทคโนโลยีอวกาศ และ 4.Heritage Site การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับมรดกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมองว่าจะสามารถเชื่อมโยงเรื่องเวลเนสของประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม โลกเปลี่ยนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเราอาจมองแค่การอัพสกิล รีสกิล แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เพียงพอ
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า หากประเทศไทยสร้างขีดความสามารถได้อย่างเป็นระบบเราจะไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่จะค่อยค่อยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานขีดความสามารถ (capability-based economy) เป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศในอนาคต ประเทศไทยต้องใช้ช่วงเวลาการเติบโตทางอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เป็นโอกาสในการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมในอนาคต, พัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ R&D และวิจัยขั้นแนวหน้า, สร้าง Innovation ทางเทคโนโลยี และเชื่อมโยงการลงทุนโลกกับการพัฒนาประเทศให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการ สร้างมูลค่าในประเทศ ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจทางขีดความสามารถ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องทำ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ ในยุคดิสรัปชั่น ซึ่งอยากให้มองเป็นโอกาlในการพัฒนาเรื่องต่างๆ ด้านอุสาหกรรม ยกตัวอย่าง เช่น เรื่อง Spece หรืออุตสาหกรรมอวกาศ มีการพูดถึงเรื่อง Spaceport ตามจุดต่างๆ ในประเทศไทย สามารถที่จะเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ การเชื่อมชั้นสูง วัสดุทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น เป็นจุดหนึ่งที่จะพลิกผันซิเนริโออุตสาหกรรมไทย ได้อย่างชัดเจน

“ทำอย่างไรเราถึงจะรู้วิธีเปลี่ยนซิเนริโอเหล่านี้ได้ มี 4 เรื่องที่ อว.จำเป็นต้องทำ คือ 1.การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า 2.พัฒนาคนที่มีสมรรถนะสูง 3.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 4.การร่วมทุน หากเราต้องการส่งมอบอนาคตที่ดี เราควรที่จะลงทุนความรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีต่างๆ ในเชิงลึก ตรงนี้คือสิ่งที่ประเทศเวียดนามทำ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องลงทุนกับดิจิทัล เทคโนโลยี ควบคู่กับ AI ขณะที่อุตสาหกรรมเซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ตามจุดต่างๆ ซึ่งจะเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้ามา ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ รวมถึงอุตสาหกรรมไบโอเทคที่จะเป็นจุดเปลี่ยนด้านสาธารณสุข เรื่องสุขภาพและเวลเนสทั้งหมด” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวด้วยว่า อว.เป็นกระทรวงที่ดูแลด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งได้มีการจัดทำ Action Plan หรือแผนปฏิบัติการ 8 ข้อ คือ 1.ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์
2.การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand) ตั้งแต่สมุนไพร เวชสำอาง อาหารแห่งอนาคต ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง
3.การวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่
4.การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI & Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด “AI for ALL”

5.การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว
6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) ครอบคลุมความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมาย Net Zero
7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ
8.การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ทั้ง 8 ข้ออาจดูแอบสแตรกต์ หรือมีความเป็นนามธรรม แต่ทุกเรื่องมีความเชื่อมโยงกัน เช่น เราทำเรื่องเวลเนส ซึ่งต้องพัฒนาทั้งกำลังคนสมรรถนะสูง สร้างงานวิจัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และมีความร่วมมือกับต่างประเทศ อว.มีหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ บพค. ซึ่งมีแคตตาล็อก นวัตกรรมต่างๆ ที่น่าในใจจำนวนมากให้เลือกนำไปพัฒนาต่อยอด
“เมื่อร้อยเรียงอุตสาหกรรมที่พูดถึงทั้งเซมิคอนดักเตอร์ AI ปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามทำเรื่องเหล่านี้ มีโอกาสต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เรื่องเกี่ยวกันการพัฒนากำลังคนที่วันนี้เราค่อนข้างมีความพร้อม แต่ละมหาวิทยาลัยมีการเปิดสอนเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ มีศูนย์เทรนด์นิ่ง เพราะฉะนั้น ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเติบโตในเรื่องนี้และตั้งเป้าจะมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 10,000 คน ในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 2,500-3,000 คน สำหรับการสร้างบุคลากรด้าน AI เรามีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยพัฒนา ขณะที่ทุกหลักสูตรของ อว.จะใส่เรื่อง AI เพื่อรองรับ AI ขั้นสูง ที่พูดมาทั้งหมดเพราะอยากจะเน้นย้ำกับทุกคน ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้อยู่ในห้วงเวลาความฝัน แต่เราเตรียมพร้อมเพื่อที่จะสามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI ได้ ทั้งแพลตฟอร์มเมดิคอล AI ตรงนี้รัฐบาลกำหนดวางรากฐานตัวอย่าง เช่น เมดิแพลตฟอร์มจะมีการรวมข้อมูลทางการแพทย์ หากใครอยากต่อยอดแล้วจะมีแพลตฟอร์ม ก็ให้แต่ละคนพัฒนานวัตกรรมสามารถที่จะเกิดธุรกิจ โดยร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า สิ่งที่เราต้องทำผ่านความเปลี่ยนแปลง 4 เสาหลัก คือพัฒนากำลังคน พัฒนางานวิจัยนวัตกรรม การส่งเสริมภาคอุตสาหดรรม และกลไกในการลงทุนกับต่างประเทศ เพื่อสามารถทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราไม่สามารถที่จะรอได้อีกแล้ว หากเราปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ หมายความว่า เราต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดคนเดียว ใน 4 อย่างนี้มีความจำเป็นต้องทำ และต้องหมุนเวียนกันไป เพื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP ที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตรงนี้เองพยายามทำให้ทุกคนเห็นภาพว่าปัจจุบันเราไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานผ่านหน่วยงานชั้นนำ ผ่านหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มากมาย
“นักวิจัยไทยเก่งและอยู่หลากหลายองค์กรทั่วโลก วันนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย ทำอย่างไรที่จะต่อยอดความสามารถนักวิจัยไทยที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก โดยที่เขาอยู่ตรงไหนก็ได้ สิ่งที่เราต้องทำนอกจากเรื่องเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต ที่จะชนะกันที่ต้นทุน คือการเปลี่ยนแปลงเป็นเศรษฐกิจฐานความสามารถ ฐานที่ต้องใช้ศักยภาพต่างๆ อย่างจริงจัง” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว


