หน้าแรก เศรษฐกิจ สหภาพแรงงานรถ...

สหภาพแรงงานรถไฟฯ แถลงการณ์ย้ำจุดยืน รถไฟไทยเพื่อประชาชน คัดค้านลดขบวนรถเชิงสังคม

28.05.26 | 18:35 น.
สหภาพแรงงานรถไฟฯ

สหภาพแรงงานรถไฟฯ แถลงการณ์ย้ำจุดยืน รถไฟไทยเพื่อประชาชน คัดค้านลดขบวนรถเชิงสังคม มุ่งธำรงพระราชปณิธาน การบริการสาธารณะที่ไม่แสวงทำไร

 

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ตอกย้ำจุดยืน “รถไฟไทยเพื่อประชาชน” คัดค้านการลดขบวนรถเชิงสังคมและมุ่งธำรงพระราชปณิธาน การบริการสาธารณะที่ไม่แสวงทำไร

อ่านข่าวการรถไฟฯ ยืนยัน ย้ำขบวนรถยังให้บริการตามปกติ แจงปมเอกสารว่อนเน็ต

ตามที่ปรากฏกระแสข่าวและข้อกังวลบนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับแนวทางการงดเดินขบวนรถเชิงสังคมและการปรับลดระยะทางขบวนรถ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลให้แก่พี่น้องประชาชนนักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก แม้ในเวลาต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะได้ออกมาชี้แจงยืนยันว่า ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ จะยังไม่มีการยกเลิกหรือปรับลดเที่ยววิ่งใด ๆ และอยู่ในขั้นตอน “เริ่มต้นศึกษาเพิ่มเติม” จากข้อมูลจำนวนผู้โดยสาร (Load Factor) ก็ตาม

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ในฐานะองค์กรที่เป็นตัวแทนของผู้ปฏิบัติงาน และมีวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๓ มาตรา ๔๐ (๔) “ดำเนินการและให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ” สร.รฟท. ได้ติดตามและเคลื่อนไหวคัดค้านแผนงานดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การประชุมร่วมกับฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ซึ่งมีการนำเสนอแผนยกเลิกขบวนรถบริการเชิงสังคมสูงถึง ๓๔ ขบวน และปรับลดเที่ยววิ่ง/ระยะทางอีก ๑๖ ขบวน ภายใต้แผนวิสาหกิจฯ พ.ศ. ๒๕๖๖๖ – ๒๕๗๐ เพื่อมุ่งลดผลการขาดทุน โดยสร.รฟท.ได้มีหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องขอให้ทบทวนแผนการยกเลิกและปรับปรุงขบวนรถบริการเชิงสังคม เมื่อวันที่๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙ นั้น

Advertisement

สร.รฟท. จึงออกแถลงการณ์ฉบับนี้ ส่งถึง รัฐบาล กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อร่วมกันตระหนักถึงบทบาท ภารกิจ และจุดยืนที่ต้องยึดถือร่วมกัน ดังต่อไปนี้

๑. สร.รฟท. ขอตอกย้ำให้ทุกภาคส่วนระลึกถึงและน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระบิดาผู้ทรงสถาปนากิจการรถไฟไทย พระองค์ทรงจัดตั้งกิจการนี้ขึ้นเพื่อเป็นสาธารณูปโภคหลักในการบริการประชาชนทุกระดับชั้นอย่างเท่าเทียมกัน ขบวนรถไฟบริการเชิงสังคมจึงเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” และโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐต้องจัดมีไว้เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน และนักศึกษา เข้าถึงการเดินทางที่ประหยัดและปลอดภัย

๒.ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖ (๒) และมาตรา ๓๘ ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้การรถไฟฯ ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ภารกิจของการรถไฟฯ จึงอยู่ในกรอบ “บริการสาธารณะของรัฐ” (Public Service Obligation: PSO) การที่ฝ่ายนโยบายรัฐ ฝ่ายบริหารนำเกณฑ์ผลขาดทุนทางบัญชีหรือจำนวนผู้โดยสารน้อยมาเป็นตัวชี้วัดหลักในการยกเลิกขบวนรถ ถือเป็นการบิดเบือนพันธกิจขององค์กร ความคุ้มค่าของรถไฟบริการเชิงสังคมต้องวัดจาก “ประโยชน์ทางสังคม” (Social Beneft) และโอกาสในการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่ใช่วัดจากผลกำไร-ขาดทุนเชิงพาณิชย์ เพราะรถไฟ คือ “บริการสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร” ไม่ใช่ธุรกิจที่คิดเพียงตัวเลขทางบัญชี

๓. ในมิติระดับนานาชาติ สร.รฟท. ในฐานะองค์กรสมาชิกของสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ(International Transport Workers’ Federation – ITF) ซึ่งมีเครือข่ายองค์กรสมาชิกทั่วโลกกว่า ๗๖๐ สหภาพในกว่า ๑๕๐ ประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของสาขาขนส่งทางราง (Railway Section) ที่มีสหภาพสมาชิกครอบคลุม ๘๔ ประเทศทั่วโลก ได้ติดตามสถานการณ์ และร่วมวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งร่วมกันมาโดยตลอด โดยมีมติร่วมกันในระดับสากลทั่วโลกต่างยอมรับว่าระบบขนส่งทางราง คือเครื่องมือรัฐในการลดความเหลื่อมล้ำ ลดค่าครองชีพ เพราะมีต้นทุนต่ำที่สุด มีความปลอดภัยสูงที่สุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

ดังนั้น ในอนาคตทุกประเทศจึงต้องมุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ทั้งในเมืองและระหว่างเมืองให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ การรักษาขบวนรถเชิงสังคมของไทยไว้ จึงสอดคล้องกับทั้งแนวคิดที่เป็นสากลและนโยบายของรัฐบาลในการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน หากมีการยกเลิกหรือลดบริการลงย่อมเป็นการสวนทางกับทิศทางการพัฒนาของโลก เป็นการผลักภาระ ขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และบังคับให้ประชาชนต้องไปใช้ระบบขนส่งอื่นที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ระบบขนส่งอื่นเข้าไม่ถึง

๔. สร.รฟท. ขอชี้แจงว่า จำนวนผู้โดยสารที่ลดลงในบางเส้นทาง มิได้เกิดจากประชาชนไม่อยากนั่งรถไฟ แต่เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการภายใน เช่น ปัญหาการเดินรถล่าช้า และจัดตารางเวลาไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นที่ไม่สะดวก และการขาดการประชาสัมพันธ์

ผลกระทบเชิงโครงสร้าง: การลดเที่ยววิ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือของระบบในระยะยาว ส่วนการลดระยะทางจะเพิ่มภาระให้ผู้โดยสาร (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีสัมภาระ) ต้องลงเปลี่ยนขบวนและรอคอยเป็นเวลานาน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหลุดออกจากระบบรถไฟอย่างถาวร
ปัญหาต้นทุนแฝง: การงดเดินรถบางขบวน (เช่น เสาร์-อาทิตย์) อาจไม่ได้ช่วยลดต้นทุนจริง เนื่องจากต้นทุนคงที่ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรยังคงอยู่ แถมยังสร้างความไม่ต่อเนื่องในการจัดขบวนรถและกำลังพลจนเกิดต้นทุนแฝงเพิ่มขึ้น

สร.รฟท.มีข้อเสนอและข้อเรียกร้องถึง รัฐบาล กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ดังนี้
๑. ขอให้ทบทวนและระงับแผนการยกเลิก/ปรับลดขบวนรถบริการเชิงสังคมทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมามุ่งเน้น “มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพก่อนการยกเลิก” เช่น การปรับตารางเวลาให้ตอบโจทย์ประชาชน , การเพิ่มจุดเชื่อมต่อขนส่ง และพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อดึงดูดผู้โดยสารกลับมา

๒.ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งประชาชนในพื้นที่ ผู้โดยสาร และผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟฯ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเชิงนโยบายใด ๆ ที่กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน
๓. มุ่งหารายได้จากช่องทางอื่น แทนการตัดลดบริการที่เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชน

สร.รฟท. ขอยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชน และพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล กระทรวงคมนาคมและฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ในการเดินหน้าและยกระดับระบบขนส่งทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของชาติอย่างแท้จริง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อมวลชนที่ดำรงอยู่อย่างสง่างามตามพระราชปณิธานสืบไป

“เพราะกำไรของรถไฟไทย ไม่ใช่ตัวเงิน แต่คือความผาสุกของประชาชน สร.รฟท. พร้อมสู้เพื่อรักษารถไฟบริการเชิงสังคม โอบอุ้มทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”