ม.หอค้าไทย คาดใช้จ่ายวิสาขบูชา สะพัด 4.5 พันล้าน ‘หยุดยาว-ไทยช่วยไทย’ เอื้อ คน.เข้มปิดป้ายชุดสังฆภัณฑ์-ยันราคาเท่าปีก่อน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเมินว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวันวิสาขบูชา ปี 2569 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม บรรยากาศน่าจะคึกคักกว่าปี 2568 และเงินสะพัดขยายตัวกว่า 5% หรือมีมูลค่าใช้จ่าย 4,000-4,500 ล้านบาท
เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจาก 1. วันหยุดต่อเนื่อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมถึง 3 มิถุนายน 2569 2. ความรู้สึกผ่อนคลายจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 3. เริ่มมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 4. เป็นประเพณีนิยมทางศาสนาของไทย ที่จะมีครอบครัวพากันออกมาทำบุญตามวัด และรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงบางส่วนเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้เพิ่มกว่าช่วงวันหยุดปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกที่จะใช้จ่ายและท่องเที่ยว คือ ความวิตกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รายได้ในอนาคตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จนเกิดภาวะเงินเฟ้อ ทำให้คนส่วนใหญ่น่าจะประหยัดการใช้จ่าย

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา กรมฯเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาหรือจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามรายละเอียดที่แจ้งไว้ ซึ่งในวันที่ 29 พฤษภาคม กรมฯบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์ในพื้นที่เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ได้แก่ ร้านสดใสสังฆภัณฑ์ ร้านมงคลชัย และร้านเพิ่มพูนสังฆภัณฑ์ เพื่อตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย การแสดงรายละเอียดสินค้าในชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม รวมถึง ตรวจสอบความครบถ้วนของรายการสินค้า ขนาด น้ำหนัก ปริมาณบรรจุ และค่าภาชนะบรรจุ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้า และแสดงรายละเอียดสินค้าที่บรรจุในชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมไว้อย่างชัดเจน โดยภาพรวมราคาจำหน่ายยังคงทรงตัว ไม่พบการปรับขึ้นราคาผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า ต้นทุนสินค้าบางรายการที่นำมาจัดชุดมีการปรับตัวสูงขึ้น จากต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางร้านมีการปรับเปลี่ยนชนิดสินค้าภายในชุดสังฆทาน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและระดับราคาจำหน่ายเดิม ปัจจุบัน ชุดสังฆทานมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ชุดละ 47 – 999 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทสินค้าที่บรรจุในชุด
“เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวันมาฆบูชาเดือนมีนาคม 2569 พบว่าราคาจำหน่ายยังไม่มีการปรับเพิ่ม สำหรับสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการระบุว่า กำลังซื้อของประชาชนชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนหันมาเลือกซื้อชุดสังฆทานขนาดเล็กลง หรือซื้อสินค้าแยกชิ้นเพื่อนำไปจัดชุดเองมากขึ้น รวมถึงบางส่วนเลือกซื้อชุดสังฆทานสำเร็จรูปจากวัด ซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าร้านจำหน่ายทั่วไป” นายจิรวุฒิ กล่าว
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า กรมกำชับผู้ประกอบการให้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน รวมถึงการแสดงรายละเอียดสินค้าในชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าและตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสม
พร้อมยืนยันว่า กรมฯ จะเดินหน้าตรวจสอบสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า หรือจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนสายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยกรณีไม่แสดงราคาสินค้าหรือบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


