หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเข้ม ปรับ...

คลังเข้ม ปรับเกณฑ์ใหม่บัตรคนจน คาดเหลือน้อยกว่า 13.2 ล้านสิทธิ เตรียมเสนอเข้าครม.

29.05.26 | 13:23 น.

คลังเข้มปรับเกณฑ์ใหม่บัตรคนจน เตรียมเสนอเข้า ครม. คาดเหลือคนเข้าเกณฑ์ใหม่น้อยกว่า 13.2 ล้านสิทธิ-ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นไปตามคาด ชวนลงทะเบียนวันสุดท้าย

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จะสรุปเงื่อนไขใหม่ของสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมดให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการพิจารณาเพิ่มเกณฑ์ใหม่อีก 2-3 เกณฑ์ เพื่อให้การคัดกรองผู้ที่จะถือบัตรเป็นกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้รายได้น้อยอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะทำให้เหลือผู้ได้รับสิทธิน้อยกว่า 13.2 ล้านสิทธิ

เกณฑ์ใหม่ผู้ได้สิทธิจะน้อยกว่า 13.2 ล้านคนแน่นอน เพราะที่ผ่านมาสังคมพูดกันว่าคนจนไม่จริงได้ถือสิทธิบัตรสวัสดิการ เราต้องการให้คำนี้หมดไป ครั้งนี้จึงจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยคัดกรองอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของรัฐบาลอย่างแท้จริง” นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวว่า ที่ผ่านมาในโครงการก่อนมีนักศึกษาที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในครั้งนี้จะไม่ได้รับสิทธิอย่างแน่นอน เพราะจะมีการคัดกรองที่รัดกุมและเข้มข้นขึ้น และจะใช้เกณฑ์และข้อมูลใหม่นี้ อัพเดตผู้ได้รับสิทธิอย่างน้อยทุกปี

ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจคัดกรอง 2 เดือนแรกของโครงการ เพื่อใช้กับผู้ที่ได้รับสิทธิจากเกณฑ์ใหม่ใน 2 เดือนหลัง โดยคนที่หลุดจากสิทธินี้อาจได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แทน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะได้รับสิทธิผ่านวิธีการใด

นายลวรณกล่าวว่า การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 วันนี้ (29 พ.ค.) เป็นวันสุดท้าย ก็เป็นไปตามคาด ซึ่งจำนวน 30 ล้านสิทธิ เพียงพอสำหรับทุกคน ขณะนี้ (11.00 น.) ยังเหลืออีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ และยังมีเวลาลงทะเบียนได้จนถึง 22.00 น.

Advertisement

ส่วนกรณีของร้านค้าเดิมในโครงการคนละครึ่งพลัสจำนวน 1 ล้านร้านค้า ได้เข้ามากดยืนยันสิทธิแล้ว 6 แสนร้านค้า เหลืออีก 3 แสนร้านค้าที่ต้องเข้ามากดยืนยัน ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนใหม่มีประมาณ 4 หมื่นร้านค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยว่ามีร้านค้าอยู่จริงตามที่แจ้งหรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริต

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ