หน้าแรก เศรษฐกิจ ปิยพงษ์ นั่งป...

ปิยพงษ์ นั่งปธ.บอร์ด รฟท. หวังปลดล็อกปัญหารถไฟ แก้ปัญหาทัศนวิสัยจุดตัดทั่วระบบ 

1.06.26 | 12:27 น.

ปิยพงษ์ นั่งปธ.บอร์ด รฟท. หวังปลดล็อกปัญหารถไฟ แก้ปัญหาทัศนวิสัยจุดตัดทั่วระบบ 

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะ ประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผย ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่า ต้องการผลักดันให้การรถไฟฯ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งด้านการก่อสร้าง การให้บริการ และความปลอดภัย เพื่อยกระดับองค์กรให้ตอบโจทย์การเดินทางและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในอนาคต

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ยอมรับว่า ปัจจุบันยังมีหลายโครงการที่ติดปัญหาและดำเนินการได้ล่าช้า โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างบางส่วนที่ยังติดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเดิม ทำให้ต้องเร่งแก้ไขและปลดล็อกปัญหา เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้หารือเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างและการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

นายปิยพงษ์ กล่าวว่าความสำคัญของระบบ “ฟีดเดอร์” หรือระบบขนส่งเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีรถไฟ โดยระบุว่า หากมีสถานีรถไฟขึ้นมา แต่ไม่ได้หารือร่วมกับหน่วยงานอื่นในกระทรวงเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ก็จะทำให้การเดินทางเชื่อมต่อยังไม่สมบูรณ์ ทั้งในเรื่องจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร และการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอื่น สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ยืนยันว่าเป็นแผนหลักที่ต้องเดินหน้าต่อไป

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ยอมรับว่า ปัจจุบัน รฟท. กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงานและอัตรากำลังพลอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ การจะเพิ่มอัตรากำลังพลในอนาคต รฟท. จะต้องกลับไปทำแผนแยกแยะรายละเอียดระหว่างสายงานปัจจุบันและอนาคตให้ชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ให้ได้ว่า งานส่วนใดที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน และงานส่วนใดที่เป็นจุดแข็งที่ต้องใช้คนของรถไฟดูแลเอง โดยเฉพาะงานบำรุงรักษาทาง ระบบอาณัติสัญญาณ และงานซ่อมบำรุง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนที่จะเข้ามาใช้บริการจะได้ประโยชน์จากระบบราง ทั้งนี้ กรณีการเพิ่มอัตรากำลังมีความจำเป็นต้องแก้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือไม่นั้น หากแผนแล้วเสร็จก็ต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาใหม่ตามขั้นตอน

Advertisement

“การจ้างพนักงานเพิ่มจะเป็นโจทย์สำคัญ เพราะปัจจุบันก็ขาดคนอยู่แล้ว แต่การเพิ่มอัตรากำลังต้องตอบให้ได้ว่า อนาคตต้องการอะไร อะไรที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาทดแทนได้ และอะไรที่ยังจำเป็นต้องใช้คน” นายปิยพงษ์ กล่าว

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย ถึงการถอดบทเรียนอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟบริเวณถนนมักกะสันที่ผ่านมาปัจจุบันทั่วประเทศมีจุดตัดทางรถไฟประมาณกว่า 2,000 จุด ทั้งจุดตัดถูกกฎหมายและจุดลักผ่านกว่า 600 แห่ง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการแก้ปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากการรถไฟ หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลายพื้นที่มีปัญหาทัศนวิสัยและพฤติกรรมการใช้ทางตัด ซึ่งพบได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกายภาพบริเวณจุดตัด เช่น ต้นไม้ กิ่งไม้ หรือวัชพืชที่บดบังการมองเห็น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานขับรถไฟและผู้ขับขี่มองไม่เห็นกัน จนเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ยืนยันว่าไม่ใช่แค่การไปเฝ้าระวังหรือทำป้ายเตือนเฉพาะจุดที่มีเหตุ แต่ต้องทำระบบป้องกันปูพรมทั่วประเทศ และเราไม่ควรรอให้เกิดเหตุเฉพาะจุดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องถือโอกาสนี้เฝ้าระวังและป้องกันทั้งระบบ