บอร์ด รฟท. ยืด 2 สัญญารถไฟไทย–จีน ทางคู่บ้านไผ่–นครพนม-เคาะที่ปรึกษาคุมงานสายสีแดงอ่อน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติขยายเวลาทำการตามสัญญาและแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ พัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับ ช่วงพระแก้ว – สระบุรี โดยขยายเวลาดังกล่าวออกไปอีก 466 วัน จากกำหนดเดิมเสร็จงานก่อสร้าง 22 กุมภาพันธ์ 2570 ขยับออกไปเป็นวันที่ 2 มิถุนายน 2571 โดยในส่วนของวงเงินงบประมาณการก่อสร้างนั้นยังไม่มีการปรับเพิ่มแต่อย่างใด
นายอนันต์ กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาดำเนินการในสัญญาที่ 4-6 นั้น เนื่องมาจากการปรับปรุงแบบก่อสร้างในพื้นที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ระยะทางประมาณ 5.6 กิโลเมตร โดยมีสาระสำคัญของการปรับเปลี่ยนดังนี้ 1.การปรับยกระดับคันทางและทำทางลาด (Slope) มีการปรับระดับคันทางเพื่อความเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะทางในการทำทางลาดเพื่อให้ระดับความสูงมีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม 2. การเพิ่มช่องทางผ่านน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ โดยมีการเพิ่มช่องทางน้ำผ่านตลอดแนวเส้นทาง เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่กีดขวางทางน้ำธรรมชาติในบริเวณดังกล่าว ซึ่งการปรับปรุงแบบก่อสร้างดังกล่าวถือเป็นการปรับปรุงเชิงเทคนิคเพื่อให้ตัวโครงการมีความมั่นคงและลดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง
นายอนันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติขยายเวลาทำการตามสัญญาและแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้าง งานสัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับ ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย โดยขยายเวลาออกไปอีก 323 วัน ส่งผลให้กำหนดการแล้วเสร็จจากเดิมวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ขยับไปเป็นวันที่ 4 กรกฎาคม 2570 สำหรับสาเหตุหลักของความล่าช้าและการปรับเปลี่ยนแผนงานในสัญญา 4-4 เกิดจากความจำเป็นในการปรับปรุงแบบก่อสร้างอาคารจำนวน 10 หลัง เพื่อให้สอดรับกับการติดตั้งระบบรางและระบบควบคุม (งานสัญญา 2.3) ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายรัฐบาลจีน โดยหลังจากที่ฝ่ายไทยได้ส่งแบบก่อสร้างให้อีกฝ่ายตรวจสอบและยืนยัน ทางฝ่ายระบบ (สัญญา 2.3) ได้มีข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงรายละเอียดทางวิศวกรรม อาทิ การขยายขนาดห้องและการปรับรูปแบบพื้นที่ภายในอาคาร เพื่อให้รองรับการติดตั้งอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการรถไฟความเร็วสูงได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
นายอนันต์ กล่าวว่า ทางรฟท. จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัญญา 2.3 ในการปรับแบบอาคาร เนื่องจากหากดำเนินการก่อสร้างไปตามแบบเดิม อาจส่งผลให้ต้องมีการรื้อถอนและแก้ไขงานในภายหลัง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายและเสียเวลามากกว่าการปรับแบบตั้งแต่ในระยะนี้ ทั้งนี้ แม้การแก้ไขแบบจะส่งผลต่อระยะเวลาในสัญญา 4-4 แต่ในส่วนของวงเงินงบประมาณการก่อสร้างนั้นยังไม่มีการปรับเพิ่มแต่อย่างใด และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมของความมั่นคงของโครงสร้างหลัก
นายอนันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดได้ อนุมัติขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญาและแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้างในโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ทางคู่ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่ – หนองพอก (ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง) โดยมีความจำเป็นต้องอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการออกไปอีก 983 วัน ส่งผลให้กำหนดการแล้วเสร็จเดิมจากวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2570 ขยับออกไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2572
นายอนันต์ กล่าวว่า สาเหตุหลักของความล่าช้าดังกล่าวเกิดจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันโครงการสามารถเวนคืนที่ดินได้แล้วประมาณ 3,000 กว่าแปลง ของจำนวนแปลงทั้งหมด 4,404 แปลง ขณะที่ยังคงมีที่ดินบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งแม้โครงการจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้บางส่วนและผู้รับจ้างสามารถเข้าดำเนินงานได้แล้วในหลายช่วง แต่ยังมีบางช่วงที่เป็นพื้นที่ราชการหรืออยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย ทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินการเพิ่มเติม ส่งผลให้ภาพรวมโครงการต้องขยายระยะเวลาดำเนินการออกไป
นายอนันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดได้ อนุมัติสั่งจ้างงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย – กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) สำหรับการจ้างที่ปรึกษาเพื่อควบคุมงานก่อสร้างในครั้งนี้ มีมูลค่าวงเงินสัญญาจ้างอยู่ที่ประมาณ 392 ล้านบาท โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา นำโดย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด (MHPM Co., Ltd.) และ บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัดซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการควบคุมงานก่อสร้างระบบราง ขั้นตอนหลังจากได้รับการอนุมัติจากบอร์ด รฟท. แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการลงนามในสัญญาจ้างที่ปรึกษา ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 และ ออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน(NTP) ควบคุมงานก่อสร้างได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ งานที่ปรึกษาดังกล่าวเป็นการควบคุมและกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแบบแผน มาตรฐานวิศวกรรม และกรอบระยะเวลาที่กำหนด

