นักวิชาการ เผยผลวิเคราะห์ ไม่ควรแจก AI ฟรี 1.6 พันล้านไม่คุ้ม แนะเจาะกลุ่ม เพิ่มทักษะ
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เผยการวิเคราะห์หัวข้อ ไทยแจก AI สิงคโปร์สอน AI : โครสร้างอนาคตได้เร็วกว่ากัน? ดังนี้
1. TH-AI Passport: ลงทุนเพื่ออนาคต หรือแจก AI ฟรี?
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมดำเนินโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท โดยใช้งบจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อจัดหาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวน 12 โมเดล ให้ประชาชน 5 ล้านคนสามารถเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro เป็นระยะเวลา 1 ปี
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายภายใต้แนวคิด “Learn to Earn” มุ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI ผ่านหลักสูตร Upskill ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง โดยพัฒนาร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปต่อยอดอาชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรายได้ในอนาคต
ในทางปฏิบัติ โครงการนี้มีลักษณะเป็นการที่ภาครัฐใช้งบประมาณสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro โดยไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง จึงอาจถูกมองได้ว่าเป็น “นโยบายแจก AI” หรืออาจจะเรียกว่า “ประชานิยม AI” ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าโครงการนี้เป็นการ “แจก AI” หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าโครงการดังกล่าวสามารถยกระดับศักยภาพของประเทศได้จริงเพียงใด และที่สำคัญคือ ประเทศไทยอยู่ในจุดใดของการแข่งขันด้าน AI เมื่อเทียบกับประเทศผู้นำในภูมิภาคและระดับโลก เพราะสถานะปัจจุบันของประเทศไทยด้าน AI จะเป็นตัวกำหนดว่า TH-AI Passport คือการลงทุนเพื่ออนาคต หรือเป็นเพียงการเข้าถึง AI ในระยะสั้นเท่านั้น
2. คะแนนความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI ของไทย อยู่อันดับ 5 ในอาเซียน
คะแนนความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI วัดจาก 3 เกณฑ์คือ 1.โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศเอื้อต่อการสร้างมูลค่าจาก AI มากแค่ไหน (Industry Exposure) (อ้างอิงจาก McKinsey. 2023) การนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจ (AI Adoption) (อ้างอิงจาก Visual Capitalist / Microsoft Global AI Adoption,2026) และความพร้อมด้านนโยบาย รัฐบาล โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล และบุคลากร (AI Readiness) (อ้างอิงจาก Oxford Insights Government AI Readiness Index 2024)
ผลของคะแนนความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI ของอาเซียน พบว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ตามด้วยมาเลเซียและเวียดนาม ส่วนประเทศไทยมีคะแนนความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI อยู่ในอันดับที่ 5 ของ 10 ประเทศอาเซียน
ตารางที่ 1: คะแนนความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI ของอาเซียน
ประเทศ สร้างมูลค่าจาก AI ใช้ AI ในธุรกิจ ความพร้อม AI คะแนนรวม
สิงคโปร์ 10 10 8.4 9.47
มาเลเซีย 7 7 7 7.37
เวียดนาม 7 9 6.1 7.37
อินโดนีเซีย 8 6 6.3 6.87
ไทย 8 5 6.6 6.53
ฟิลิปปินส์ 6 6 6.9 6.27
บรูไน 4 3 6.7 4.83
กัมพูชา 3 2 3.7 3.2
ลาว 2 2 3.6 2.53
เมียนมา 2 1 2.7 1.8
หมายเหตุ : คะแนนเต็ม 10 และคะแนนรวมถ่วงน้ำหนักจาก 3 ปัจจัย
ที่มา : ประเมินโดย อัทธ์ พิศาลวานิช มิ.ย.2569
3.ไทยกับสิงคโปร์: ช่องว่าง AI อยู่ตรงไหน?
การใช้ AI ในการพัฒนาประเทศ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนใช้ AI มากกว่ากัน แต่อยู่ที่ประเทศนั้น สามารถทำให้ AI เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศได้มากแค่ไหน และที่สำคัญประเทศนั้นจะทำให้คนในประเทศนั้นรู้เท่าทัน AI ที่เรียกว่า AI Literacy มากแค่ไหน แนวทางของการพัฒนาด้วย AI ของไทยกับสิงคโปร์ มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกัน ทั้งสองประเทศต้องการให้ประชากรมีจำนวนคนใช้ AI มาก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ สิงคโปร์เน้นการรู้เท่าทัน AI แต่ไทยเน้นปริมาณการใช้ AI
ตารางที่ 2 : ประเมินระดับการใช้ AI ของอาเซียน
ระดับ ความหมาย ผลการประเมิน
ระดับ 1: AI Usage ใช้ AI เป็น ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ระดับ 2: AI Skills ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เวียดนาม มาเลเซีย
ระดับ 3: AI Literacy รู้เท่าทัน AI สิงคโปร์
ที่มา : ประเมินโดย อัทธ์ พิศาลวานิช จากตารางที่ 1
ช่องว่างด้าน AI ระหว่างไทยกับสิงคโปร์คือ “การสร้างประเทศให้รู้เท่าทัน AI” การศึกษาไทย ยังไม่สามารถสร้างนักเรียนและนักศึกษาให้รู้เท่าทัน AI แต่ไทยต้องการให้มีคนใช้ AI ให้มากๆ ตามโครงการ TH-AI Passport โดยละเลยสิ่งที่จำเป็นต้องรู้และวิเคราะห์ ผลดังกล่าวมาจากระบบการศึกษาไทยที่ยังไม่สามารถสร้างผู้รู้ให้เกิดขึ้นได้จริง เมื่อเทียบกับสิงคโปร์และเวียดนาม นั่นคือ จุดอ่อนของการศึกษาไทยทั้งระบบ
4.Skillsfuture (สิงคโปร์) กับ TH AI Passport (ไทย) : เป้าหมายที่แตกต่าง
สิงคโปร์มีการพัฒนาศักยภาพด้าน AI ผ่านโครงการระดับชาติ SkillsFuture โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill และ Reskill) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ AI ในการทำงาน เพิ่มผลิตภาพ และปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ หลักคิดสำคัญคือ “AI เข้ามาเสริมศักยภาพการทำงานของคน ไม่ใช่เข้ามาแทนที่คน” การสนับสนุนของรัฐสิงคโปร์จึงเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ การเปลี่ยนอาชีพ และโอกาสการจ้างงาน
ในขณะที่ TH-AI Passport ของไทย เน้นการขยายการเข้าถึง AI ให้ประชาชนในวงกว้าง ลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล และให้คนไทยใช้ AI ในชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงาน โดยรัฐสนับสนุนการเข้าถึงเครื่องมือ AI
กล่าวได้ว่า SkillsFuture เน้น “พัฒนาคนเพื่อให้ใช้ AI แล้วมีงานที่ดีขึ้น” แต่ TH-AI Passport เน้น “ทำให้คนไทยเข้าถึงและเริ่มใช้ AI ได้มากขึ้น”
ตารางที่ 3: ความแตกต่าง Skillsfuture กับ TH-AI Passport
ประเด็น SkillsFuture AI (สิงคโปร์) TH-AI Passport (ไทย)
เป้าหมายหลัก สร้างแรงงานที่ใช้ AI ทำงานได้จริง ทำให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้
เงื่อนไขรับสิทธิ ต้องลงเรียนหลักสูตร AI ที่กำหนด ลงทะเบียนรับสิทธิ
สิทธิ AI Pro ฟรี 6 เดือน ฟรี 1 ปี
กลุ่มเป้าหมาย คนที่ต้องการพัฒนาทักษะ AI ประชาชนวงกว้าง
เชื่อมกับอาชีพ เชื่อมโดยตรง ยังไม่ใช่แกนหลัก
ระบบประเมินทักษะ มี AI Readiness Assessment ยังไม่ประกาศ
การจับคู่งาน มีในระบบ SkillsFuture ไม่มี
ที่มา : รวบรวมโดย อัทธ์ พิศาลวานิช มิ.ย.2569
5.ข้อเสนอแนะสำหรับโครงการ TH-AI Passport
1.ยกระดับจากใช้ AI ไปสู่การรู้เท่าทัน AI
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันการศึกษาต้องพัฒนาคนให้มีรู้เท่ากัน AI (AI Literacy) ไม่เพียงแค่สามารถใช้เครื่องมือ AI ได้ แต่ต้องสามารถวิเคราะห์ ประเมิน และตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นได้อย่างมีวิจารณญาณ ส่วนสถาบันอุดมศึกษาควรกำหนดให้ AI Literacy เป็นหนึ่งในผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับ AI และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต
2.สิทธิฟรี ต้องมาจากการสอบทักษะ AI
การให้สิทธิใช้งาน AI ควรเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ การอบรม หรือการประเมินทักษะเบื้องต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้ใช้งาน AI
3.กำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ (KPI) ก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ
คนที่ได้รับสิทธิต้องมี KPI ว่าหลังจาก 1 ปีแล้ว ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือเกิดการพัฒนาอย่างไร
4.กำหนดเงื่อนไขการแจก (ไม่ควรแจกฟรี)
ต้องมีเงือนไขในการแจก และเจาะจงกลุ่มที่ต้องการใช้ หรือเพื่อส่งเสริมในการพัฒนาทักษะ หรือร่วมกับองค์กร สถาบันการศึกษา หน่วยงาน ภาคเอกชน และอื่นๆ เข้าไปพัฒนาร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ ปัญหาที่หน่วยงานกำลังประสบด้าน AI
5. งบ 1,600 ล้านบาท ไม่คุ้มค่าเงิน และไม่ตอบโจทย์ประเทศ
ควรนำงบ 1,600 ล้านบาท ไปทำ AI ของประเทศ ที่สามารถช่วยผู้ประกอบการไทยขายสินค้าในประเทศและต่างประเทศให้ได้เพิ่มขึ้น หรือสามารถหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทย

