หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.เคาะ บัตร...

ครม.เคาะ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิด 8 หลักเกณฑ์ ลงทะเบียนใหม่ 4-21 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 สิงหา

3.06.26 | 06:15 น.
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ครม.เคาะ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิด 8 หลักเกณฑ์ ลงทะเบียนใหม่ 4-21 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 สิงหา อุ้ม ‘ค่าน้ำ-ไฟ-สินค้า-เดินทาง’

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันเข้าลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่ โดยสรุปได้ดังนี้ 1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2.ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้ อาทิ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช , ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง 3.มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี 4.ไม่มีบัตรเครดิต 5.ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท 6.ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี 7.ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกำหนด 8.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น โดยครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา สำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. เพื่อนำมาตรวจสอบตามคุณสมบัติใหม่ข้างต้นด้วย

นายลวรณ กล่าวว่า 2.ขั้นตอนการดำเนินการ ประกอบด้วย 1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ , เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th , เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2.กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จะสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง

นายลวรณ กล่าวว่า 3.การประกาศผลผู้ลงทะเบียนจะมีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป 4.สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม 2569 โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายลวรณ กล่าวว่า 3.การจัดสรรประชารัฐสวัสดิการสำหรับโครงการฯ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันตัวตนแล้วจะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ได้แก่ 1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน 2.วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน 3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่ 1. รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 2. รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 3. รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด 4. รถไฟ 5. รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร 6. รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน 7. รถสองแถวรับจ้าง และ 8. เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ

Advertisement

นายลวรณ กล่าวว่า 4.มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด และ 5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด