หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าชายแดนไทย-...

ค้าชายแดนไทย-เมียนมา ฟื้นตัวไว หลังเปิดด่านสะพาน 2 พณ.จ่อชงนบข. เคาะเกณฑ์ถกจีทูจีข้าวไทย-จีน

3.06.26 | 16:58 น.

พณ.ชี้เปิดด่านสะพาน 2 ช่วยฟื้นค้าไทย-เมียนมา จ่อชง ‘นบข.’ เคาะเกณฑ์ถกจีทูจีข้าวไทย-จีน

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวกรณีการเปิดด่านสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จ.ตาก ว่าสถานการณ์การปิดด่านสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 (เมียนมาปิดด่านฝ่ายเดียว) เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ล่าสุดเมียนมากลับมาเปิดด่านสะพาน 2 อีกครั้งเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังปิดประมาณ 9 เดือน กรมได้ติดตามความคืบหน้าในการเปิดด่านสะพานมาโดยตลอด ซึ่งในพื้นที่ (แม่สอด) แจ้งว่าได้รับการประสานงานอย่างกะทันหัน

โดยวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ทางการเมียนมาได้ประสานมายังด่านศุลกากรแม่สอดขอเปิดด่านสะพานแห่งที่ 2 ในเช้าวันนั้นทันที คาดว่าเป็นคำสั่งตรงมาจากส่วนกลางของเมียนมา เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน ทั้งนี้ ในระยะแรกเป็นการเปิดด่านทางปฏิบัติที่ยังไม่เต็มรูปแบบ 100% แต่รถบรรทุกสินค้าฝั่งไทยและฝั่งเมียนมาเริ่มกลับมาทยอยเคลื่อนตัวข้ามสะพานและขนส่งสินค้ากันอย่างคึกคักแล้ว

สำหรับสถิติการค้าด่านศุลกากรแม่สอด เป็นด่านการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีปริมาณการค้ามากเป็นอันดับหนึ่ง โดยปี 2568 มีปริมาณการค้า 78,284.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็น ส่งออก 57,271.9 ล้านบาท นำเข้า 21.012.5 ล้านบาท หลังการเปิดสะพานครั้งนี้ ฝ่ายเมียนมาได้อนุมัติใบอนุญาตนำเข้า (Import License) สินค้าจากไทย มูลค่า 620 ล้านบาท ได้แก่ สินค้าอุปโภค บริโภค ของกินของใช้ เป็นต้น

ขณะที่สินค้านำเข้าจากเมียนมาส่วนใหญ่จะเป็นผลผลิตการเกษตร ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และหัวหอม เป็นต้น โดยเมียนมา แบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.สินค้าจำเป็น เชื้อเพลิง เครื่องจักรกล รวมทั้งยารักษาโรค และยุทธปัจจัยต่างๆ 2.สินค้าพื้นฐาน ที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ เช่น ปัจจัยการผลิต ทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น 3.สินค้าทั่วไป โดยนโยบาย Import License ของเมียนมา เป็นมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าทั่วไป แต่จะเน้นการนำเข้าสินค้าจำเป็นและสินค้าพื้นฐาน

“การเปิดด่านครั้งนี้ ระยะสั้นการค้าชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะด่านศุลกากรแม่สอด จ.ตาก จะกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งหลักของไทย-เมียนมา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่นำเข้าจากไทย และเป็นจุดนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากเมียนมา เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หอม กระเทียม พริก สินแร่ เป็นต้น ส่วนในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อการค้าชายแดนของไทย เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้าชายแดนหลักของไทย-เมียนมา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศเมียนมาและนโยบายการค้าของเมียนมาอย่างใกล้ชิด” นางอารดาระบุ

Advertisement

นางอารดาเผยถึงกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากไทยนั้น ในส่วนของกรมและกระทรวงพาณิชย์จะนำผู้ประกอบการและผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวเข้าร่วมงานมหกรรมการค้าชายแดนและกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจในส่วนภูมิภาค เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการในเบื้องต้นได้ โดยงานมหกรรมการค้าชายแดนจัดใน 2 จังหวัด ได้แก่ ระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน ณ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม ณ จ.สระแก้ว

นางอารดากล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาการขายข้าวจีทูจีให้จีน หลังรัฐบาลจีนตกลงซื้อข้าวไทยปริมาณ 500,000 ตัน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีนนั้น กรมได้ส่งมอบข้าวให้ COFCO งวดแรก ปริมาณ 40,000 ตัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล กรมจำเป็นต้องมีการนำเสนอแนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าว แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ชุดใหม่ พิจารณาก่อนดำเนินการเจรจาตกลงราคาซื้อขายข้าวงวดใหม่ต่อไป ซึ่งได้เตรียมรายละเอียดไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยระบุว่า กรมการค้าภายในมีหนังสือเชิญสมาคมและตัวแทนร่วมประชุม นบข.ในวันที่ 11 มิถุนายน ซึ่งในส่วนของสมาคมเตรียมเสนอ 3 มาตรการ คือ 1.เร่งจ่ายเงินโครงการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ปีการผลิต 2568/69 ให้เกษตรกรที่ยังตกค้าง 230,000 ครัวเรือน ซึ่งใช้งบประมาณเพิ่ม 1,792 ล้านบาท 2.เสนอชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ เพื่อลดผลกระทบต้นทุนผลิตสูงขึ้นแต่รายได้ลดลง และ 3.เสนอหนุนปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ผ่านคูปองมูลค่า 200 บาท หรือสนับสนุนปุ๋ยจำนวน 20 ลูก ลดภาระต้นทุนในฤดูกาลเพาะปลูกใหม่