BINANCE TH ชี้สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนพุ่ง กดกำลังซื้อทั่วโลก จับตานโยบายทรัมป์ซ้ำเติมเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายกร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ BINANCE TH Academy บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า กรณีสงครามตะวันออกกลางและสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจในวงกว้างมากกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของโลกมีอยู่ 2 อย่าง คือน้ำมันและไฟฟ้า เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบจะลามไปทุกภาคส่วน ทั้งภาคขนส่ง การเดินทาง การผลิตสินค้า และบริการต่างๆ
นายกรกล่าวว่า ปัจจุบันสงครามเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก อาทิ ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต้นทุนขนส่งอาจอยู่ที่ 100 บาท ก็อาจเพิ่มเป็น 150 บาท ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นตามลำดับ และผู้ประกอบการต้องทยอยส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค
ราคาน้ำมันพุ่งกระทบสายการบิน
นายกรกล่าวว่า ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือธุรกิจสายการบิน ที่ต้องเผชิญต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน ขณะที่ราคาตั๋วโดยสารปรับสูงขึ้น ทำให้ประชาชนเดินทางน้อยลง อย่างไรก็ตาม เมื่อค่าน้ำมันแพงขึ้น ทุกอย่างก็แพงขึ้นตาม ทั้งรถยนต์ เครื่องบิน และการขนส่งสินค้า เพราะต้นทุนพลังงานเป็นต้นทุนหลักของระบบเศรษฐกิจ
“ช่วงที่สงครามรุนแรง ราคาน้ำมันดิบเคยปรับขึ้นจากระดับประมาณ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปแตะกว่า 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจโลก” นายกรกล่าว
นายกรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะยุติลงแต่ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกจะยังคงอยู่ต่อเนื่องอีกหลายเดือน เนื่องจากระบบขนส่งทางเรือต้องใช้เวลาในการปรับตัว และการเดินทางของเรือสินค้าต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เตือนเงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวจากต้นทุนพลังงาน
นายกรกล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อราคาน้ำมันและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ แม้ว่าผู้ประกอบการจะไม่สามารถขึ้นราคาได้เต็มจำนวน เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคยังจำกัด แต่ก็ยังจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นบางส่วน เมื่อก่อนร้านค้าอาจมีกำไรระดับหนึ่ง แต่เมื่อคอร์สหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กำไรก็ลดลง สุดท้ายต้องขึ้นราคาสินค้าบางส่วน ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระบบ
นายกรกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารกลางหลายประเทศอาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือในบางกรณีอาจต้องกลับมาพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและประชาชนสูงขึ้นตามไปด้วย
หวั่นเศรษฐกิจโลกเสี่ยงภาวะ Stagflation
นายกรกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลในระยะต่อไปคือความเสี่ยงของภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ยากต่อการบริหารจัดการ ถ้าเงินเฟ้อไม่ลด ธนาคารกลางก็ลดดอกเบี้ยไม่ได้ คนก็ไม่อยากกู้เงิน ภาคธุรกิจลงทุนลดลง ขณะที่ต้นทุนสินค้าและบริการยังสูงอยู่ ทำให้เศรษฐกิจโตช้าลงไปพร้อมกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
“ความผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยโลก และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังส่งผลต่อตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย เนื่องจากนักลงทุนมักลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงกว่าปกติ” นายกรกล่าว
จับตานโยบายทรัมป์ซ้ำเติมเศรษฐกิจ
นายกรกล่าวว่า นอกจากสงครามตะวันออกกลางแล้ว โลกยังต้องเผชิญแรงกดดันจากนโยบายการค้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อทั่วโลก ปัจจัยเรื่องภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นอีก เป็นอีกแรงกดดันหนึ่งที่ทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสกลับมาเร่งตัวได้
ทั้งนี้ หากมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัว และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออก
ศึก AI เปลี่ยนการแข่งขันโลก
นายกรเผยว่า อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งปัจจุบันชิปประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม AI โลก เนื่องจากเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพสูงและถูกใช้ในการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ ขณะที่สหรัฐมีมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีน ทำให้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศและมองหาทางเลือกใหม่ในการแข่งขันมากขึ้น
นายกรกล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดด้านการเข้าถึงชิปขั้นสูง จีนจึงหันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI Robotics ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์อัจฉริยะมากขึ้น เพื่อสร้างจุดแข็งของตนเองในอนาคต โดยมองว่าแม้จีนและสหรัฐจะมีศักยภาพด้านบุคลากรและการวิจัยใกล้เคียงกัน แต่การเข้าถึงฮาร์ดแวร์ระดับสูงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของอุตสาหกรรม AI โลกของโลกในอนาคต
ชี้ผลกระทบสะท้อนผ่านต้นทุนค่าครองชีพ
นายกรกล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ทั้งราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยผลกระทบจะสะท้อนผ่านต้นทุนค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า และกำลังซื้อของประชาชน ดังนั้น ในระยะต่อไปภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์สงคราม ราคาพลังงาน และทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี
“ปัจจัยต่างประเทศในวันนี้มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก เพราะไทยเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน ดังนั้น ทุกความเคลื่อนไหวของสงคราม ราคาน้ำมัน หรือเศรษฐกิจโลก ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย” นายกรระบุ

