หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง แจงชัดลู...

คลัง แจงชัดลูกนำ ชื่อพ่อ แม่ ลดหย่อนภาษี หากไม่ได้เลี้ยงดู ยื่นอุทธรณ์ รักษาสิทธิ บัตรคนจน

4.06.26 | 16:10 น.

คลัง แจงชัดลูกนำ ชื่อพ่อ แม่ลดหย่อนภาษี หากไม่ได้เลี้ยงดู สามารถยื่นอุทธรณ์ รักษาสิทธิบัตรคนจน

จากกรณีที่กระทรวงการคลังได้ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ เปิดยืนยันสิทธิ์ 4–21 มิถุนายน 2569 และจะทำการประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยเพิ่มเงื่อนไข อาทิ ตัดสิทธิ์บุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชนว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริงและเป็นการซ้ำเติมกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือไม่

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้เกณฑ์การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ปรับเกณฑ์โดยเน้นคัดกรองผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง และคัดบุคคลที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงออก ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังที่มีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านการต้องออก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อประคับประคองประเทศ ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้กลไกต่าง ๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง และกำลังซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

‘ในภาวะนี้ผมก็ยืนยันว่า เป็นวิกฤต วันนี้เราก็ต้องใช้เงินอย่างจำเป็นที่สุด เพราะฉะนั้นเนี่ยไปข้างหน้า ก็คงอาจจะต้องเลือกครับว่า จะให้รัฐดูแล หรือว่าตัวเองจะดูแลคุณพ่อคุณแม่ ก็คงต้องเลือก’นายวินิจกล่าว

“เกณฑ์ที่ออกมาเป็นหนึ่งในหลายๆ เกณฑ์ที่จะตามหาคนที่จนอย่างแท้จริง เน้นว่าไม่ได้เน้นมุ่งแต่ตัดออก วันนี้สิ่งที่เรารู้ก็คือพื้นที่ทางการคลังไม่เยอะ วันนี้เราอยู่ในภาวะวิกฤต มีการออก พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งบัตรสวัสดิการเป็นกลไกที่เรายืมมา โดยใน 4 เดือนนี้มีการเพิ่มเงินเข้าไป รวมทั้ง 60/40 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ของแพง กำลังซื้อลด” นายวินิจ กล่าว

Advertisement

นายวินิจ กล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณนี้เอง กระทรวงการคลังจึงจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบและคัดกรองสิทธิ์ ซึ่งรัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะใช้พื้นที่ทางการคลังที่มีจำกัดในยามวิกฤต ไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีใครดูแลอุปการะเลยเป็นอันดับแรก หากตรวจสอบพบว่าบุตรมีรายได้ถึงเกณฑ์และนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี รัฐจะถือว่าผู้สูงอายุรายนั้นมีบุตรหลานคอยดูแลอยู่แล้ว

นายวินิจ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่าเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการเพื่อค้นหาผู้เดือดร้อนที่แท้จริง โดยมีเจตนาเพื่อจัดสรรความช่วยเหลือให้ตรงจุด ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การตัดสิทธิ์ประชาชน และพร้อมที่จะเปิดรับทุกข้อซักถามและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและพิจารณาให้ครอบคลุมรอบด้านต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถูกตัดสิทธิ์สามารถยื่นอุทธรณ์ขอคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ ถ้าหากมีความเดือดร้อนจริง อาทิ กรณีที่ลูกไม่ได้เลี้ยงดูแต่นำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี เป็นต้น

“ในอดีตมีผู้รับสิทธิบางรายมีพฤติกรรมน่าสงสัย รูดซื้อยาดม 300 บาททุกเดือนเพื่อนำไปขายต่อ แต่ขี่รถจักรยานยนต์ราคาหลายแสนบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบผู้ถือบัตรที่มีชื่อเปิดบัญชีเทรดหุ้น หรือแม้กระทั่งเป็นกรรมการผู้จัดการนิติบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังไม่สบายใจและต้องคัดกรองออกอย่างเด็ดขาด” นายวินิจ กล่าว