หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.ห่วง 16...

ส.อ.ท.ห่วง 16 กลุ่มอุตฯกระทบหนักจาก 5 ปัจจัยเสี่ยง จับตาภาษีทรัมป์ ย้ำไทยไร้แรงงานบังคับ

4.06.26 | 18:24 น.

‘พิมพ์ใจ’ ปธ.ส.อ.ท.ห่วง 16 กลุ่มอุตฯกระทบหนักจาก 5 ปัจจัยเสี่ยง จับตาภาษีทรัมป์ ย้ำไทยไร้แรงงานบังคับ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทศ (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงานแถลงนโยบายการบริหารงาน ส.อ.ท.วาระปี 2569-71 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry:Empowering Growth with 5I” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันในเวทีโลกได้ว่า จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมไทยรายกลุ่มช่วงไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน 2569) พบว่ามี 16 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.กลุ่มปูนซิเมนต์ เหล็ก อลูมิเนียม เซรามิก หลังคา แก้ว เจอปัญหา ต้นทุนการผลิตสูงทั้งราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่ง 2.กลุ่มพลาสติก เคมีภัณฑ์ (ปุ๋ย) การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ เจอปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ 3.กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เจอปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ อุตสาหกรรมที่กระทบ 4.กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ หัตถกรรมสร้างสรรค์ เจอปัญหากำลังซื้อและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว

นางพิมพ์ใจกล่าวว่า ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวในไตรมาส 2 มี 13 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาง ได้อานิสงส์ตลาดต่างประเทศขยายตัว 2.กลุ่มเครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ น้ำมันปาล์ม ได้อานิสงส์ความต้องการในประเทศเติบโต และ 3.กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานหมุนเวียนและการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อมดิจิทัล (ดาต้าเซ็นเตอร์)

นางพิมพ์ใจกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เมื่อประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมไทยตลอดปี 2569 พบว่ามีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาอุตสาหกรรมไทย โดยปัจจัยลบต่อภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน/ขาดวัตถุดิบส่งผลต่อราคาสินค้าเกี่ยวเนื่อง อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น โดยเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 2.89% ผลจากราคาน้ำมัน/อาหารที่เพิ่มขึ้น กดดันกำลังซื้อ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 อยู่ในกรอบ 2.0-3.0% สินค้านำเข้าขยายตัวสูง โดยเดือนมกราคม-เมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 35.72% โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป (+20.87%), สบู่ ผงซักฟอก และเครื่องสำอาง (+20.50%) และเครื่องใช้ไฟฟ้า (+16.12%) ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคเกษตร ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต ตลอดจนความกังวลต่อภาวะซุปเปอร์เอลนีโญ ช่วงกลางปี 2569 เพิ่มความเสี่ยงต่อฝนทิ้งช่วงภัยแล้ง ปริมาณน้ำต้นทุนลดลง

ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ขณะที่ปัจจัยบวก ประกอบด้วย ส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% โดยเฉพาะกลุ่มดิจิทัล/ดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่า 8.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 822% ส่งออกขยายตัวสูง เดือนมกราคม-เมษายน 2569 เติบโต 10.44% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 56.98% มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 2 แสนล้านบาท โครงการไทยช่วยไทยพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 แสนล้านบาท การปรับโครงสร้างพลังงานคาดหนุนจีดีพีเพิ่มขึ้น 0.6-0.8% มาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น มาตรการผ่อนคลาย LTV ,โครงการ PromptBiz/Quick Big Win ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ตลอดจนแนวโน้มเครดิตประเทศไทยเป็น Stable (มีเสถียรภาพ) จาก Negative (เชิงลบ) หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศ

ประธาน ส.อ.ท.กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ดังกล่าว ส.อ.ท.จะเร่งผลักดันนโยบาย 5I โดยจะทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้ฟื้นตัวโดยด่วน ส่วนกรณีสหรัฐเตรียมจัดภาษีกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย จะขอดูความชัดเจนอีกครั้ง แต่เชื่อว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งแรงงานและพาณิชย์จะมีมาตรการรับมือ เพราะอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่มีการใช้แรงงานบังคับ

Advertisement