กรมพัฒนาธุรกิจฯ สแกนธุรกิจห้วยขวาง พบ 53 ราย เสี่ยงนอมินี ตรวจพบผู้ถือหุ้นมีชื่ออยู่ในบัญชี HR03
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมสแกนธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบ 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี นำส่งข้อมูลให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นเงินแล้ว และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก โดยในจำนวนนี้พบผู้ถือหุ้นบริษัทและผู้ทำบัญชีบางรายมีรายชื่ออยู่ในบัญชี HR03 โดยกรมฯ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
“เขตห้วยขวางเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีการเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการประกอบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยเฉพาะนอมินี และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายครั้ง รวมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสรรพากร ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่มาโดยตลอด
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีสื่อหลายสำนักได้นำเสนอข่าวว่ามีร้านอาหารไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาทนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลพบว่าร้านอาหารดังกล่าวจดทะเบียนบริษัท เมื่อปี 2567 แจ้งการประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยมีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ร่วมถือหุ้นกับคนจีน 2 ราย ในสัดส่วน 51% ต่อ 49% โดยก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทรายนี้แล้ว พร้อมทั้งเรียกให้กรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่าทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่ยอมเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับกรมฯ จึงถือเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี ซึ่งขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเรียกให้ชำระค่าปรับตามกฎหมาย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลภาพรวมที่ผ่านมาในพื้นที่เขตห้วยขวาง พบว่ามีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงรวม 53 ราย ที่มีการประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 4,999 ล้านบาท โดยข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีพื้นที่เขตห้วยขวางที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% ตรวจพบอีกว่าบางรายผู้ร่วมถือหุ้นของบริษัทและผู้ทำบัญชีมีรายชื่อตามที่สำนักงาน ปปง. ประกาศรายชื่อว่าเป็น HR03 กรมฯ จึงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกรมฯ ได้นำส่งข้อมูลนิติบุคคลให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงินไปก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
สำหรับพื้นที่เขตห้วยขวาง กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการภายใต้คณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และช่วงบ่ายวันนี้ (5 มิถุนายน 2569) กรมฯ จะบูรณาการความร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่เขตห้วยขวางเพื่อตรวจสอบและกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมทั้งจัดระเบียบพื้นที่อย่างเด็ดขาดอีกครั้งหนึ่ง และขอย้ำว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง รวมถึงร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา


