หน้าแรก เศรษฐกิจ ร้านอาหารมอง ...

ร้านอาหารมอง ยกเลิกห้ามขายดริงก์บ่าย ยังไม่พลิกยอดขาย จี้สะสาง กม.-ข้อบังคับ ที่เป็นอุปสรรค

5.06.26 | 16:48 น.

ชมรมร้านอาหาร จี้ปลดล็อก-สะสาง “กฎหมาย-ข้อบังคับ” ที่เป็นอุปสรรค ชี้ยกเลิกห้ามขายดริงก์บ่ายถึงเย็น ได้ประโยชน์น้อย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย กล่าวกับ มติชน ถึงการปลดล็อกให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. นั้น ผลเชิงบวกมีจริง แต่ยังไม่ใช่ Game Changer ที่พลิกยอดขายทั้งอุตสาหกรรม เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและการบังคับใช้หลายเรื่อง เช่นการโฆษณาและการอนุญาตให้ประชาสัมพันธ์ในร้านได้ ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ประเมินว่า ยอดขายร้านอาหารอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% สำหรับร้านที่มีสัดส่วนรายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูง โดยเฉพาะร้านในแหล่งท่องเที่ยวและร้านที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ช่วงจังหวะที่มีการปลดล็อกอยู่ในช่วงของโลซีซั่น ประกอบกับในปี 2569 นักท่องเที่ยวลดลงไปประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนจริง ดังนั้นยังไม่สามารถช่วยกระตุ้นหรือทำให้เกิดความคึกคักได้ในกลุ่มร้านอาหาร เพราะเงื่อนไขของชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่มีการผลักดันเรียกร้อง ที่เน้นย้ำในการปลดล็อกว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเน้นกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก เพราะช่วง 14.00-17.00 น. ไม่มีคนไทยออกมานั่งดื่มอยู่แล้ว

“มีการประเมินว่าเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น 1,000-3,000 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนที่เหลือของปี 2569 นี้ และอาจเพิ่มถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ในปี 2570 หากมาตรการดำเนินต่อเนื่อง ธุรกิจที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว และค้าปลีกที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นายสรเทพ กล่าว

นายสรเทพ กล่าวว่า ประเด็นที่คงติดปัญหาและต้องแก้ไขต่อไป ได้แก่ 1.กฎหมายโฆษณาแอลกอฮอล์ยังเข้มงวด แม้ขายได้แล้ว แต่ผู้ผลิตและร้านอาหารยังไม่สามารถสื่อสารการตลาดได้อย่างเสรี ทำให้การกระตุ้นการบริโภคยังถูกจำกัดอยู่มาก 2.ข้อห้ามบ้างสถานที่ขายยังมีอยู่ ยังห้ามขายในบางพื้นที่ เช่น บริเวณใกล้สถานศึกษา สถานที่ราชการ และพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผลบวกกระจายไม่ทั่วถึง 3.นักท่องเที่ยวยังเจอข้อจำกัดอื่น นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคน มองว่าประเทศไทยยังมีกฎเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่ซับซ้อนกว่าแหล่งท่องเที่ยวคู่แข่ง เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือหลายประเทศในยุโรป ส่งผลให้การปลดล็อกครั้งนี้ช่วยได้บ้าง

นายสรเทพ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร การปลดล็อกเวลาขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. ช่วยเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจร้านอาหารและท่องเที่ยวได้จริง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวและร้านที่ขายเครื่องดื่มเป็นสัดส่วนสูง แต่ผลกระทบในระดับประเทศยังอยู่ในระดับช่วยเพิ่มยอดขายหลักสิบเปอร์เซ็นต์มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม เพราะยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายโฆษณาอยู่ ตัวอย่างเช่นประเทศไทยมีการส่งคราฟผลิตบียร์ซึ่่งผลิตโดยกลุ่มผู้สนใจทำคราฟเบียร์ไปแข่งขันแล้วได้รางวัลชนะเลิศมาแต่ไม่สามารถมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้ในความภูมิใจของประเทศไทยของกลุ่มเล็กๆเหล่านั้นได้ หากทำได้จะทำให้อุตสาหกรรมค้าเบียร์ ซึ่งใช้วัตถุดิบเป็นสินค้าเกษตรของประเทศไทยเป็นหลักช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรกรไทยให้มีราคาสูงขึ้นตามแหล่งต่างๆที่มาในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย