ปลัดคลังแจงเข้มบัตรคนจน ฮึ่มลูกเอาชื่อพ่อ-แม่ลดหย่อน แต่ไม่ดูแล สั่งฟันโกงภาษี พณ.เผยเงินเฟ้อพ.ค.พุ่ง คาดทั้งปีสูงเกิน 3%
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค(เงินเฟ้อ)ทั่วไปของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 103.20 เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 สูงขึ้น 2.79% และเทียบกับเดือนเมษายน 2569 สูงขึ้น 0.17 % เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น อีกทั้งราคาอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย และส่งผลให้ค่าครองชีพส่วนนี้เพิ่มขึ้นชัดเจน ฐานราคาผักสดสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ราคาสินค้าและบริการอื่น ๆส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มาก
โดยเดือนพฤษภาคมสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ 464 รายการ พบว่า สินค้าที่มีราคาเพิ่มขึ้น 246 รายการ ราคาทรงตัว 16 รายการ และราคาลดลง 122 รายการ โดยเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 5 เดือนปี 2569 สูงขึ้น 0.82 % และเงินเฟ้อพื้นฐาน 5 เดือน สูงขึ้น 0.70% สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนนี้ คาดยังบวกต่อเนื่อง คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปมิถุนายนสูง 3% และเฉลี่ยต่อเดือนจากนี้ถึงสิ้นปีเงินเฟ้อสูงเกิน 3%
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีฝ่ายค้านโจมตี เรื่องผู้สูงอายุที่ลูกหลานนำไปลดหย่อนภาษีจะไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนว่า การทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยากจนจริงๆ ยากจนที่สุด และไม่มีใครดูแลก่อน ทั้งนี้ จะนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเกณฑ์ครอบครัวมาประกอบการพิจารณา หากตรวจสอบพบว่าผู้สูงอายุรายใดมีบุตรให้การอุปการะ ซึ่งสามารถหักลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็นค่าใช้จ่าย 2,500 บาทต่อเดือน จะถือว่าผู้สูงอายุกลุ่มดังกล่าวยังมีผู้ดูแลและไม่สามารถรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ นอกจากนี้ จำนวนเงินดังกล่าวยังสูงกว่าเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับเดือนละ 300 บาท ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าโชคดีกว่าคนที่ไม่มีใครดูแล
“แต่ถ้าลูกเอาสิทธิ์ไปหักภาษีแล้วไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง อันนี้เท่ากับลูกโกงภาษี รัฐบาลจึงเปิดให้พ่อแม่ยื่นอุทธรณ์ได้ว่าลูกไม่ได้มาดูแลเลย เมื่อมีการยื่นอุทธรณ์และพิสูจน์ได้ว่าลูกไม่ได้ดูแลจริง สิทธิ์บัตรสวัสดิการก็จะคืนกลับไปที่พ่อแม่ แต่สิทธิ์ของลูกที่จะใช้ลดหย่อนภาษีก็จะไม่ได้เช่นกัน โดยพ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.–1 ส.ค. และยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องภายใน 16 ส.ค.” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลืออื่น อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 ที่กำลังพิจารณาอยู่ด้วย
“ในส่วนของกลุ่มคนตกหล่น คนชายขอบ หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและเข้าไม่ถึงระบบลงทะเบียน คราวนี้เราเปลี่ยนวิธีมาใช้กลไกมหาดไทย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล และนายอำเภอ ที่รู้จักชาวบ้านดีที่สุด เป็นผู้ไปรวบรวมรายชื่อคนจนที่เข้าไม่ถึงระบบแล้วส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง” นายลวรณ กล่าว



