หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังรื้อสวัสด...

คลังรื้อสวัสดิการรัฐใหม่ นำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบใช้ใน 2 ปี ลดซ้ำซ้อน ช่วยเหลือเแบบพุ่งเป้า

7.06.26 | 06:45 น.

คลังรื้อสวัสดิการรัฐใหม่ นำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบใช้ใน 2 ปี ลดซ้ำซ้อน ช่วยเหลือเแบบพุ่งเป้า

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมจัดระเบียบสวัสดิการภาครัฐใหม่ทั้งระบบ โดยเตรียมผลักดันระบบภาษีติดลบ มาใช้ให้เกิดขึ้นจริงภายใน 2 ปี เพื่อแก้ปัญหาสวัสดิการซ้ำซ้อน และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยยึดหลักการรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี รายได้ไม่ถึงเกณฑ์รับสวัสดิการ

ทั้งนี้ การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ ที่มีการตรวจสอบลิงก์ข้อมูลกับฐานภาษีบุตรเพื่อดูการอุปการะบุพการี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระบบข้อมูลเพื่อก้าวไปสู่ระบบ NIT ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับระบบ NIT คือการเปลี่ยนผ่านจากการให้เงินช่วยเหลือแบบครอบจักรวาล หรือการจ่ายเท่ากันทุกคน ไปสู่การให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า ตามโปรไฟล์ความเดือดร้อนของแต่ละบุคคล ระบบใหม่นี้จะช่วยให้รัฐบาลรู้จักตัวตนของคนไทยทุกคนอย่างละเอียดผ่านฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อวิเคราะห์ว่าประชาชนแต่ละคนมีความต้องการสวัสดิการที่แตกต่างกันอย่างไร เช่น กลุ่มเปราะบางที่สุด อาจยังคงใช้เครื่องมืออย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นตัวหลักในการดูแล ขณะที่กลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ อาทิ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภาระต้องดูแลบุพการีและบุตร จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับภาระค่าใช้จ่ายจริง

ทั้งนี้ การใช้ระบบ NIT รัฐต้องการพัฒนาระบบให้เป็นแบบ Real-time เพื่อรองรับการดูแลประชาชนได้ทันที เช่น หากใครตกงานในเดือนสิงหาคม ระบบควรรับทราบและดึงเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอจนถึงรอบการยื่นภาษีประจำปีในเดือนมีนาคมปีถัดไป

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในระบบ NIT สำหรับกลุ่มที่จนที่สุด ส่วนกลุ่มอื่นๆ จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือที่ต่างกันไปตามความจำเป็น หากแยกแยะผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวอยู่แล้ว หรือผู้ที่ไม่ลำบากจริงออกไปได้ รัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณและนำเงินไปดูแลกลุ่มที่เปราะบางที่สุดได้ดีขึ้น” นายลวรณ กล่าว

Advertisement

ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ขยายการเชื่อมโยงข้อมูลจากเดิม 20 แหล่ง เป็น 40 แหล่งข้อมูล เพื่อใช้ในการคัดกรอง ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าคนหนึ่งคนได้รับความช่วยเหลืออะไรจากรัฐบ้าง เช่น เป็นข้าราชการบำนาญที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาได้ด้วย หรือเป็นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยความพิการร่วมด้วยหรือไม่

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี กระทรวงการคลังยืนยันว่า ระบบปัจจุบันสามารถรองรับการยื่นแบบภาษีและการคัดกรองคนจำนวน 20-30 ล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในอนาคตการยื่นภาษีและรับสวัสดิการอาจทำได้ง่ายเพียงการ กดปุ่มเดียวผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อยืนยันข้อมูลที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้

นายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 – 5 มิถุนายน เวลา 24.00 น. มีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้ว 8,865,427 ราย ผ่านเว็บไซต์ 5,473,320 ราย ผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐ 1,244,416 ราย เป๋าตัง 1,188,530 ราย หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร 614,723 ราย และเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย 344,438 ราย โดยผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th รวมทั้งเข้ารับบริการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

นายอรรถพล กล่าวว่า ผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิที่มีการยืนยันข้อมูลสำเร็จเรียบร้อย มี 8,454,728 ราย และผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ 410,699 ราย โดยขอให้ผู้ที่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิผ่านเว็บไซต์และพิสูจน์ตัวตนด้วยการกรอกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนเข้ามาติดตามสถานะการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์โครงการฯ หากตรวจสอบสถานะแล้วพบข้อความว่า ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย ผู้ลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวไม่ต้องดำเนินการใดๆ ในช่วงนี้ ขอให้รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนแล้วพบข้อความว่า ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้องให้ผู้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนใหม่