กสทช. เปิดรับฟัง 4 ร่างประกาศโดรน ปลดล็อกบินนอกระยะสายตา-หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
สำนักงาน กสทช. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ที่ เกี่ยวข้องกับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือโดรน (Drone) จำนวน 4 ฉบับ มุ่งยกระดับการกำกับดูแล เพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ และส่งเสริมการใช้โดรนในเชิงพาณิชย์อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดิจิทัลของประเทศ โดยประชาชนทั่วไปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค กสทช. เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ที่ กสทช. ได้ออกประกาศให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับโดรนในรูปแบบการจดแจ้งขึ้น ทะเบียน โดยให้ใช้เฉพาะคลื่นความถี่ที่อนุญาตให้มีการใช้งานเป็นการทั่วไป (Unlicensed Band) ส่งผลให้การ ควบคุมโดรนถูกจำกัดอยู่ในระยะมองเห็นด้วยสายตา (Line of Sight) เท่านั้น แต่ปัจจุบันการใช้งานโดรนใน ประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายภาคส่วน จึงได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อรองรับการ ใช้งานผ่านร่างประกาศทั้ง 4 ฉบับ ได้แก่
1. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบิน
2. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับวิทยุ คมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
3. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับเครื่อง วิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม
4. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้มีการใช้ งานเป็นการทั่วไป
สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในครั้งนี้ ครอบคลุมเทคโนโลยี 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
1) การขยายคลื่นความถี่ทั่วไป (Unlicensed Band): เปิดเพิ่มย่าน 72 – 72.475 MHz และ 920-925 MHz เพื่อขยายขีดความสามารถและลดความหนาแน่นจากย่านเดิม (433.05 – 434.79 MHz, 2400-2500 MHz และ 5725 – 5850 MHz)
2) การปลดล็อกบินไกลไร้ขีดจำกัด (BVLOS): อนุญาตให้ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วย สายตา (Beyond Visual Line of Sight: BVLOS) ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT) ที่จัดสรรแล้วทุกย่าน (ยกเว้นย่าน 2600 MHz) และผ่านระบบดาวเทียมที่จัดสรรแล้วเฉพาะย่าน 1518 – 1559 MHz (Downlink) และ 1610-1660.5 MHz (Uplink) เพื่อรองรับ เช่น การขนส่งสินค้า การเกษตรอัจฉริยะ การบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น
3) ระบบเรดาร์ป้องกันการขน (Anti-Collision Radar): เปิดเพิ่มคลื่นความถี่ย่านสูงเพิ่มเติม คือ 57 – 64 GHz และ 76 – 77 GHz จากเดิมที่มีเพียงย่าน 24.05 – 24.25 GHz เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับและหลบ หลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ยกระดับความปลอดภัยบนน่านฟ้า
4) ป้ายทะเบียนดิจิทัล (Remote ID): กำหนดคลื่นความถี่ให้โดรนสามารถส่งสัญญาณระบุตัวตนและพิกัด บินแบบ Real-time เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย ป้องกันภัยคุกคาม และช่วยให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งประชาชน ทั่วไปร่วมตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้งานยังคงต้องได้รับอนุญาตทำการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยที่สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับแจ้งและอนุญาตการครอบครองโดรน เช่นเดิม
พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวเน้นย้ำถึงมิติด้านความมั่นคงว่า ปัจจุบันการใช้งานโดรนที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น สำนักงาน กสทช.จึงได้ปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล โดยกำหนดให้โดรนที่มีศักยภาพในการบินแบบ BVLOS ต้องแจ้งขออนุญาตครอบครองก่อนการใช้งานและต้องมี ระบบ Remote ID เพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามระหว่างการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น ข้อคิดเห็น ที่ได้รับในวันนี้ ทั้งในส่วนของแนวทางการอนุญาตสำหรับผู้พัฒนาโดรนในประเทศ และการปรับปรุงข้อกำหนดทาง เทคนิคให้สอดคล้องกับสากล หรือ ความสอดคล้องรองรับของประกาศนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น สำนักงาน กสทช.จะรวบรวมโดยเฉพาะมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแล เพื่อประสานงานร่วมกับ กพท. และกองทัพที่มี หน้าที่กำกับดูแลโดยตรง เพื่อปรับปรุงแก้ไขประกาศดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงของประเทศและ ความปลอดภัยของประชาชนต่อไป


