กรอ. ผนึกกำลัง สมอ. สอจ. ตรวจเข้มโรงเหล็กทั่วประเทศ พบไม่ได้มาตรฐานสั่งปิดทันที พร้อมสุ่มตรวจร้านค้าต่อเนื่อง
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทั่วประเทศ ตรวจเข้มโรงเหล็ก คุมเข้มมาตรฐาน หากพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสั่งปิดทันที ด้าน สมอ. เพิ่มความเข้มสุ่มตรวจที่โรงงาน ร้านจำหน่าย และไซต์งานก่อสร้าง ป้องกันไม่ให้เหล็กตกมาตรฐานถึงมือประชาชน
กรอ. และ สมอ. ได้เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็ก พร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์และตรวจวัดมลพิษอากาศ พบโรงงานกระทำความผิด และสั่งการตามกฎหมาย จำนวน 4 โรงงาน ให้หยุดประกอบกิจการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานถึงมือประชาชน ซึ่งในปัจจุบันโรงงานได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีคำสั่งให้เปิดประกอบกิจการได้ตามปกติ จำนวน 2 โรงงาน ในส่วนของโรงงานต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะโรงงานผลิตเหล็กจากเตา IF จะเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นพร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด หากพบการดำเนินกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยทันทีไม่มีข้อยกเว้น
ในส่วนของเทคโนโลยีการผลิตเหล็กเส้นในปัจจุบัน แบ่งรูปแบบการผลิตออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) และ เตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF) ซึ่งมีกลไกและเงื่อนไขการควบคุมคุณภาพที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีเตา IF เป็นระบบที่ต้องควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของน้ำเหล็กอย่างเข้มงวด ผู้ผลิตต้องมีการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผนวกกับการใช้กระบวนการปรับคุณภาพน้ำเหล็กที่เพียงพอ เพื่อให้สามารถผลิตเหล็กเส้นให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ เทคโนโลยีเตา EF ถูกออกแบบมาให้สามารถควบคุมคุณภาพน้ำเหล็กได้ในระดับที่ละเอียดกว่า โดยมีระบบกำจัดสิ่งเจือปนและควบคุมส่วนผสมทางเคมีที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีกระบวนการปรับคุณภาพน้ำเหล็ก หรือ เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace: LF) เข้ามารองรับกระบวนการผลิต จะยิ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ได้มีคุณภาพสูง และมีความสม่ำเสมอของโครงสร้างเนื้อเหล็กในระดับที่เสถียรกว่าอย่างชัดเจน
กรอ. ขอยืนยันว่า หากพบการดำเนินกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยทันทีไม่มีข้อยกเว้น สำหรับโรงงานที่ถูกสั่งหยุดประกอบกิจการ เมื่อกลับมาประกอบกิจการหลังปรับปรุงแก้ไขครบถ้วนถูกต้อง กรอ. สมอ. และ สอจ. จะมีแผนการตรวจติดตาม เฝ้าระวัง อย่างเข้มงวด ทั้งกฎหมายโรงงานและกฎหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเก็บตัวอย่างมลพิษเพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้ง สมอ. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นและการปรับปรุงมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ให้มีความเข้มงวด และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคการผลิตมากยิ่งขึ้น
กรอ. และ สมอ. ไม่เพียงบังคับใช้กฎหมาย แต่จะสร้าง “หลักประกันความปลอดภัยและการดูแลสิ่งแวดล้อม” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยนโยบาย “Trust ONE MIND เชื่อมั่นอุตสาหกรรม ปกป้องประชาชน”



