ETDA ดึงพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างนวัตกรรมรับมือภัยพิบัติ-ยกระดับเกษตรไทย
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม จัดการแข่งขัน “Geospatial Intelligence for Resilience Hackathon” หรือ “GeoAI Hackathon 2026” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geospatial Data) พัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและการยกระดับภาคการเกษตร

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริการดิจิทัลยุคใหม่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบแผนที่ การระบุตำแหน่ง และข้อมูลเชิงเวลา ซึ่งช่วยให้บริการดิจิทัลมีความแม่นยำ เชื่อมโยง และน่าเชื่อถือมากขึ้น โดย ETDA มองว่า Geospatial Technology ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านแผนที่ แต่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาเพื่อรองรับการให้บริการดิจิทัลในอนาคต
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการศึกษาความพร้อมการจัดตั้งศูนย์ศึกษาและทดสอบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI และข้อมูลภูมิสารสนเทศในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ GeoAI Hackathon 2026 ยังได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขัน 97 ทีม จาก 15 มหาวิทยาลัย ก่อนผ่านการคัดเลือกจนเหลือ 10 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและภาคการเกษตร อาทิ ระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าแบบไม่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต ระบบวิเคราะห์ภัยน้ำเค็มรุกและแผ่นดินทรุด ระบบนำทางกู้ภัยในพื้นที่น้ำท่วม ระบบแจ้งเตือนภัยแล้งเชิงพื้นที่ รวมถึงแพลตฟอร์มเฝ้าระวังโรคและภัยคุกคามทางการเกษตรจากข้อมูลดาวเทียม
ทั้งนี้ ผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศตกเป็นของทีม “ข้าราชการพลเรือน school” จากผลงาน “ATM: AquaToxin Map” แผนที่ความเสี่ยงการสะสมโลหะหนักเชิงพื้นที่ความละเอียดสูงในพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มแม่น้ำโค้งตวัด ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม “ฟักทองอมบ๊วย” จากผลงาน “Zero Burn Sphere” ระบบบริหารจัดการฟางข้าวที่เปลี่ยนการเผาเป็นพลังงานด้วย GeoAI และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม “ConSouthing” จากผลงาน “FloodMesh” ระบบเตือนภัยน้ำท่วมและประสานงานกู้ภัยแบบไม่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต ส่วนรางวัล Best Visualization และ Best AI Model ตกเป็นของทีม The-axis และทีม PiddPii ตามลำดับ
“GeoAI Hackathon 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่ยังเป็นพื้นที่ทดลองและพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้าน AI ข้อมูล และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ พร้อมสร้างต้นแบบนวัตกรรมและกรณีศึกษาที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบนิเวศดิจิทัล และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว








