หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯ สั่งทบท...

นายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่

9.06.26 | 06:39 น.

นายกฯสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดูแลพ่อแม่ เอกนิติส่งกก.ประชารัฐฯเคาะ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งให้กระทรวงการคลัง ยกเลิกการใช้มาตรการภาษี ลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้หารือกับนายกฯในประเด็นสังคมและประชาชน เป็นห่วงเรื่องเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบุตรนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีช่วงที่ผ่านมาและถูกตัดสิทธิ นายกฯและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นทางสังคม เป็นห่วงประเด็นนี้และเน้นย้ำจะให้ความเป็นธรรม จุดประสงค์คือต้องการดูแลประชาชนเดือดร้อน และไม่มีสิทธิใดๆ ไม่มีใครดูแล เราไม่ได้เปิดสิทธิทบทวนคนเดือดร้อนมานาน ครั้งที่แล้วก็ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว มีข้อร้องเรียนมากมายว่าบัตรว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนถือบัตรปัจจุบันประมาณ 13.2 ล้านคน มีคนเดือดร้อนจริงและไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ์ เราอยากให้บัตรสวัสดิการตรงนี้ตกไปถึงคนเดือดร้อนจริง วันนี้ได้เปิดให้กระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลหาคนเดือดร้อนจริง อาจจะตกหล่นคนจนไม่มีใครดูแล เปิดตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.-21 มิ.ย.2569 คนอยู่ในสิทธิปัจจุบันก็มาทบทวนคนไม่เดือดร้อนจริงมีใครบ้าง คนไม่มีคนดูแลมีใครบ้าง เกณฑ์บอกว่าคนที่ลูกดูแลแล้ว แต่มีเรื่องเกณฑ์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี คนมีสิทธิคือพ่อแม่ ก็ถือว่ามีลูกดูแลแล้ว แต่ความเป็นจริงไทยปัจจุบันในสังคมไทยปัจจุบันจากข้อมูลฟังมาทั้งหมดจะมีลูกบางคนใช้สิทธิลดหย่อน แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับกระทรวงการคลัง กระบวนการทบทวนตรงนี้เรามีคณะกรรมการพิจารณาคือ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการของนายกฯ ว่าข้อนี้อาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ลูก ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิตรงนี้ วันนี้ได้มอบกระทรวงการคลังนำเรื่องไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนสิทธิข้อนี้ เพราะเราได้คำนึงถึงเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน

เมื่อถามว่า ตรงนี้จะพิจารณาแล้วเสร็จนานหรือไม่ นายยเอกนิติ กล่าวว่า หลักการเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มอบให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปพิจารณาในกระบวนการทบทวนทบทวนหลักเกณฑ์ ได้อยู่แล้ว จะดำเนินการด่วนที่สุด

เมื่อถามว่า ถึงขั้นว่าจะต้องทบทวนฐานเงินเดือนลูกในการเสียภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้ลดหย่อนภาษีไปแล้วในปีที่แล้ว ลูกได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว เกณฑ์นี้ต้องเรียนว่าในหลักเกณฑ์เข้าครม. ไม่ได้กำหนดวัน เพราะอาจเกิดความไม่เป็นธรรมจากปีที่แล้ว ลูกเอามาลดหย่อนภาษีแล้ว พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ์ ตรงนี้ตนคิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้ในปีนี้ เพราะว่าได้ดำเนินการผ่านไปแล้ว สำหรับปีหน้าคงต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายเอกนิติ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเรื่องเข้าครม.คือทบทวนคนตกหล่นไม่มีโอกาส ไม่มีใครดูแลเลย ไม่มีระบบสวัสดิการจะดูแล ที่ผ่านมาใช้กันมาตลอด 10 ปี ถูกร้องเรียนจำนวนมากว่าคนใช้สิทธิเป็นคนไม่เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิอื่น ยกตัวอย่างคนจะถูกตัดสิทธิจาก 13.2 ล้านคน ไม่ได้เดือดร้อนจริง ไม่ใช่คนจนที่สุด หลายคนไปยื่นใบสมัครโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่เราไม่ได้ให้ เพราะถือว่าอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว คนจนที่สุดไม่มีเงินแม้จะไปสมทบในไทยช่วยไทยพลัส คนกลุ่มนั้นคือกลุ่มคนต้องการช่วย วันนี้จึงต้องทบทวน สาเหตุให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะต้องการให้เสร็จภายในก.ค.2569 เพราะวันที่ 1 ส.ค.2569 เราจะให้คนหลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย

Advertisement

เมื่อถามว่า คนไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและต้องมาใช้ไทยช่วยไทยพลัสวันที่ 1 ส.ค.จะได้ใช้สิทธิ 2 เดือนใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ 2 เดือน สำหรับข้อมูลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 13.2 ล้านคน ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วเกือบ 10 ล้านคน ส่วนติดปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วน เกี่ยวกับการนำชื่อไปลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกัน ย้ำว่าวันนี้เป็นการสำรวจสิทธิ ยังไม่ได้ตัดใคร วันนี้เพียงสำรวจเพื่อให้มายืนยันตัวตน เพื่อนำไปทบทวนหลักเกณฑ์ต่างๆ เพราะมีข้อร้องเรียนว่าคนไม่เดือดร้อนจริงแอบอ้างใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนเดือดร้อนจริงกลับไม่ได้รับสิทธิ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ทบทวนเงื่อนไขและเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรประชารัฐรอบใหม่ โดยเฉพาะประเด็นสร้างความไม่สบายใจให้กับสังคมและเกิดข้อร้องเรียน เช่น การตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อแม่ กรณีบุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องดังกล่าว เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีนายเอกนิติ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาทบทวน หรือพิจารณายกเลิกหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมการประชารัฐฯตัดสิน ต้องพิจารณาข้อกฎหมายด้วยว่า มติของคณะกรรมการประชารัฐฯถือเป็นที่สิ้นสุด หรือต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติอีกรอบ กำหนดวันประชุมขณะนี้ยังรอความชัดเจน เนื่องจากขณะนี้นายเอกนิติเดินทางไปพร้อมครม.ที่เวียดนาม จะเร่งประชุมเร็วที่สุดว่าจะทบทวนหรือยกเลิกอย่างไร ให้ทันการประกาศสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

นายวินิจ กล่าวว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังแถลงข่าว จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะนำเกณฑ์เหล่านี้มาทบทวน จะเป็นไปตามขั้นตอน สำหรับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ รัฐบาลมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาหลัก 2 ประการควบคู่กันไปคือ การลดปัญหาการรั่วไหล ผู้ไม่ได้ยากจนจริงแต่ได้รับสิทธิ์ และการค้นหาผู้ตกหล่น ผู้ยากลำบากอย่างแท้จริงแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ตกหล่น รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทะเบียนให้ง่ายขึ้น และไม่ต้องรอให้ประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนเอง โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกลไกของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่เข้าไปช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนยากลำบากและไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้

รายงานข่าวแจ้งว่า คาดว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะมีารประชุมวันที่ 11 มิถึนายน หลังจากนายเอกนิติกลับจากเวียดนาม