กรมโรงงาน แถลงปมสั่งเปิด ซินเคอหยวน ชี้ส่งหนังสือถึงขอ 5 ครั้ง ยันทำตามกฎหมาย ย้ำส่งทีมตรวจติดตามทุกสัปดาห์ คาดไทยเลิกเตา IF ใน 3 ปี
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) น.ส.อารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยถึงกรณี กรอ.มีคำสั่งให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) กลับมาเปิดกิจการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ว่า ยืนยันการดำเนินการของ กรอ.เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ เพราะหลังจาก กรอ.สั่งให้ซินเคอหยวนหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ประกอบกับการพิจารณาจากกฎหมายลำดับรองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ซิน เคอ หยวน สตีล ได้ขออนุญาตทดลองเดินเครื่องจักร และ กรอ.ได้เข้าตรวจวัดค่าฝุ่นละอองในปล่องระบายแต่พบว่ายังเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด สั่งแก้ใหม่ โดยตั้งแต่ธันวาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 ซินเคอหยวนแจ้งขอเปิดกิจการถึง 5 ครั้ง แต่ 4 ครั้งไม่ผ่านกฎหมาย กระทั่งผ่านครั้งที่ 5 จึงเป็นที่มาในการเปิดให้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา
“กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรอ. ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนข้อสังเกตเรื่องมาตรฐานเตาตลอดจนมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ของซินเคอหยวนนั้น ยืนยันถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน เพราะอีไอเอมีคณะกรรมการผู้ชำนาญการ หรือ คชก.กำกับ ภายใต้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่อำนาจกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงกระทรวงเดียว” น.ส.อารยากล่าว

น.ส.อารยากล่าวว่า ภายใต้มาตรการกระทรวงอุตสาหกรรม กรอ.ได้ยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานโรงงานเหล็ก ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตเหล็กเส้น 2 ระบบหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) และ เตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF) โดยร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทั่วประเทศ ตรวจเข้มโรงเหล็ก คุมเข้มมาตรฐาน หากพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสั่งปิดทันที ที่ผ่านมาสั่งหยุดกิจการรวม 4 โรงงานรวมซินเคอหยวน และคำสั่งให้เปิดประกอบกิจการได้ตามปกติ 2 โรงงาน โดนจะมีมาตรการเฝ้าระวังเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ พร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด หากพบการดำเนินกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยทันทีไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ สมอ. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นและการปรับปรุงมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตให้มีความเข้มงวด และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคการผลิตมากยิ่งขึ้น
น.ส.อารยากล่าวถึงแนวโน้มการลดลงของเทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) เพื่อมุ่งสู่เตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF) 100% ของไทยว่า เป็นเป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม อยากให้รอความชัดเจนจากภาคนโยบายอีกครั้ง แต่คาดว่าประเทศไทยจะมุ่งสู่เตา EF ภายใน 3 ปีข้างหน้า



