หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.กุ้งไทย-ผู้...

ส.กุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง ขอบคุณอนุทินสั่งการรวดเร็ว ลุ้นผลมาเลย์ยกเลิกแบนกุ้งไทย

10.06.26 | 16:04 น.

ส.กุ้งไทย-ผู้เลี้ยงกุ้ง ขอบคุณอนุทินสั่งการรวดเร็ว ลุ้นผลมาเลย์ยกเลิกแบนกุ้งไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมกุ้งไทยร่วมกับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เข้าพบนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเสนอเร่งด่วนในการแก้ปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้ง ทั้งมาตรการระยะสั้นกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย และมาตรการระยะยาวในการผลักดันแผนยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งสู่ “วาระแห่งชาติ” หวังพลิกฟื้นธุรกิจแสนล้าน โดยทางภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเร่งเจรจากับทางการมาเลเซีย ปมระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์

จากกรณีที่ทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งฟ้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อราคากุ้งในประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากมาเลเซียถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มีปริมาณการนำเข้าสูงถึงราว 10,000 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้

โดยข้อเสนอจากภาคเอกชน ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการเจรจาระดับรัฐบาลเพื่อผ่อนปรนการเปิดด่านโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมาก ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรเข้าใจถึงความสำคัญของมาตรการด้านความปลอดภัยอาหาร จึงเสนอให้ร่วมกันกำหนดแนวทางการตรวจสอบที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นสากล เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคต

มาตรการระยะยาว สมาคมฯ และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง ขอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อน “แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-2573” เพื่อปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมโรคระบาด การลดต้นทุนการผลิต และการขยายตลาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระจายรายได้และรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2 ล้านคน

นายวัชระพลกล่าวว่า การเร่งรัดการเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของไทย ได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศประสานงานรายละเอียดเบื้องต้นก่อนการหารือ ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด

Advertisement

ส่วนแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ.2569-พ.ศ.2573 นั้น ได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอไปพิจารณาและจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการอย่างรวดเร็วหลังได้รับหนังสือร้องเรียนก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ทราบในการประชุมครั้งนี้ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอเปิดฉากเจรจาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ตลอดจนภาวะขาดแคลนคำสั่งซื้อจากผลกระทบของสงครามโลก การผลักดันแผนปฏิบัติการฯ ให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถให้กุ้งไทยกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศอีกครั้ง” นายเอกพจน์ กล่าว

สำหรับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมกุ้งไทย, สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย, สมาคมกุ้งตะวันออกไทย, สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย, สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด, ชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดกระบี่, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งเพชรบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพชุมพร, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตะกั่วป่า คุระบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งประจวบคีรีขันธ์, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งระนอง, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล, ชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ, คลัสเตอร์กุ้งกุลาดำไทย, และประธานคลัสเตอร์กุ้งกุลาดำภาคตะวันออก