หน้าแรก เศรษฐกิจ อนุทินหารือหอ...

อนุทินหารือหอการค้า ลุยเปิดตลาดส่งออกทั่วโลก บีโอไอผนึกเวียดนามบูมลงทุน 5 อุตฯศักยภาพ เอกนิติถกเกณฑ์บัตรคนจนวันนี้

11.06.26 | 06:00 น.

อนุทินหารือหอการค้า ลุยเปิดตลาดส่งออกทั่วโลก บีโอไอผนึกเวียดนามบูมลงทุน 5 อุตฯศักยภาพ เอกนิติถกเกณฑ์บัตรคนจนวันนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างการหารือกับนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพราะเชื่อว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีความเข้มแข็ง และสามารถแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด เพื่อให้ท่านสามารถไปเปิดตลาดการค้ากับต่างประเทศได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พร้อมที่จะเปิดช่องทางการค้าใหม่ๆ กับประเทศต่างๆทั่วโลก วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดี หารือร่วมกันในหลายเรื่อง”นายอนุทินกล่าว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้จัดงานประชุม “Thailand – Vietnam Investment and Business Networking 2026” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม Fairmont Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีอีกหลายท่าน รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายเวียดนาม นำโดยนายโห่ สี หู่ง ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (VCCI) โดยมีนักธุรกิจชั้นนำจากประเทศไทยและเวียดนามเข้าร่วมงานกว่า 100 คน

ทั้งนี้ภายในงาน นายอนุทิน เน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้กรอบ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน(Comprehensive Strategic Partnership) จะช่วยยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพของภาคเอกชน ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน

Advertisement

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในการประชุม มีการจัดเวที Sectoral Dialogue เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้นำภาคธุรกิจของไทยและเวียดนามใน 5 สาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบการทั้งสองประเทศได้สะท้อนถึงโอกาสและศักยภาพในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน โดยอาศัยจุดแข็งของแต่ละฝ่าย ผู้ประกอบการเวียดนาม ได้นำเสนอโอกาสความร่วมมือในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ด้านการท่องเที่ยว ผู้แทนภาคเอกชนไทย นำเสนอความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การเชิญร่วมลงทุนในธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม การค้าปลีก การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

วันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม วันที่ 11 มิถุนายน นี้ เพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ หลังจากมีเสียงวิจารณ์เกณฑ์การใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีอาจทำให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ดังกล่าวว่า คณะกรรมการฯ จะประชุมในช่วงบ่าย จะพิจารณาเพียงเรื่องเดียวคือ การทบทวนเกณฑ์นำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาคณะกรรมการได้รับข้อเสนอและข้อร้องเรียนในช่วง 4-5 ปี ของผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.2 ล้านคน มีผู้ไม่ได้เดือดร้อนจริง แต่ได้รับสิทธิ์ ดังนั้นเกณฑ์ที่นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว ต้องนำกลับมาพิจารณาในเรื่องของการนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี เมื่อเกณฑ์กำหนดออกมาใหม่ ทำให้เกิดข้อกังวล พ่อแม่อาจเดือดร้อนไม่ได้รับสิทธิ์ และจากได้รับฟังจากสังคมมาก็รู้สึกเห็นใจพ่อแม่ที่ลูกเอาชื่อไปลดหย่อน แม้จะเป็นสิทธิของลูกแต่ก็น่าเป็นห่วงพ่อแม่