ททท.เปิดงานทีทีเอ็มพลัส ทำพัทยาไฟลุก ปิดดีลธุรกิจ 1.5 หมื่นนัดหมาย ปั้นเงินสะพัด 5 พันล้านบาท
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวในฐานะฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ทรงคุณค่าแก่นักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ นำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท พลัส (ทีทีเอ็ม พลัส) 2026 จัดขึ้นในวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ภายใต้แนวคิดฮีลลิ่ง อิส เดอะ นิว ลักชัวรี (Healing is the New Luxury) ถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยได้ส่งเสริมความร่วมมือทางการท่องเที่ยวขยายไปยังราชอาณาจักรภูฏาน และประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา ที่มาร่วมกันผลักดันความร่วมมือภายใต้ยุทธศาสตร์สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง (Two Countries, One Destination) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและภูมิภาคให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต” นายสุรศักดิ์กล่าว
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก สร้างเวทีเจรจาธุรกิจระหว่าง ผู้ซื้อกว่า 429 ราย จาก 58 ประเทศทั่วโลก และผู้ขายท่องเที่ยวไทย 428 ราย พร้อมนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพผ่านการจัดแสดงโปรดักส์ โชว์เคส และไทยแลนด์ พาวิลเลียน ที่สะท้อนเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยในมิติสุขภาพ ความยั่งยืน และเวิลด์อีเวนต์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย ททท.คาดการณ์ว่าจากการจัดงานในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 15,408 นัดหมาย และคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทยประมาณ 5,000 ล้านบาท
“ความพิเศษของงานทีทีเอ็มปี 2569 นี้ มาจากการที่มีผู้ซื้อในต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 58 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 5.7% ครอบคลุมทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง และตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ ยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะการที่มีผู้ซื้อต่างประเทศรายใหม่เข้าร่วมงานสูงถึง 41.7% จากทั้งโอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก คีร์กิซสถาน อุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นและความสนใจในตลาดท่องเที่ยวไทย” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า ภายในงานทีทีเอ็ม 2026 ยังมีโปรดักส์ โชว์เคส ถ่ายทอดแรงบันดาลใจการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Travel with Care โดยมีไฮไลต์คือ “เต่าตนุ” ประติมากรรมรักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล ควบคู่การน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกันนี้ยังมีการจัดกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาไทยเชิงสุขภาพ อาทิ กิจกรรมสาธิตสครับผิวด้วยสปาข้าวหลาม โดย Devarana Wellness by Dusit เผายาสมุนไพรหน้าท้อง โดยอภัยภูเบศร และสาธิตนวดไทย จาก Let’s Relax Spa Pattaya รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปซังเชือก ศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงชุมชนบ้านเนินฆ้อ จังหวัดระยอง และการทำของที่ระลึกจาก Sea Glass ปิดท้ายกับ TAT Certified ที่รวบรวมการจัดแสดงของผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวของ ททท. อาทิ CF-Hotels, STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญของงานทีทีเอ็มพลัสคือโปรแกรมนำเที่ยวสำหรับผู้ซื้อและมีเดียจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจ สำหรับ Pre-Tour จำนวน 7 เส้นทาง ในพื้นที่ศรีราชา พัทยา และสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยหลากหลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ การล่องเรือยอร์ช และการท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี ขณะที่ Post Tour ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2569 จะพาเดินทางเชื่อมโยงสู่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่าน 5 เส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ ระยอง-จันทบุรี, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม-กาญจนบุรี, สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และเชียงราย เพื่อนำไปสู่โอกาสในการจัดทำเส้นทางเสนอขายของผู้ประกอบการในตลาดต่างประเทศ

“งานทีทีเอ็มพลัสครั้งนี้สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาคที่พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกซึ่งตอบโจทย์แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ ความยั่งยืน และประสบการณ์ที่มีคุณค่า ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย สู่การกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว



