หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าชี้ &#82...

หอค้าชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เงินสะพัด 2.5 แสนล. ปรับเกณฑ์ บัตรคนจน’ ใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้

12.06.26 | 06:05 น.
Screenshot

หอค้าชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เงินสะพัด 2.5 แสนล. คณะกรรมการประชารัฐปรับเกณฑ์ บัตรคนจน’ ใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เข้าไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งคาดการณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกมาหารือก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิ์ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ ในเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการคลัง ภายหลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกณฑ์การใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี และอาจถูกตัดสิทธิดังกล่าว

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่กระทรวงการคลัง เพื่อหารือเกี่ยวกับการยกเลิกใช้เกณฑ์ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐพ่อแม่ ที่ลูกนำชื่อมาใช้เพื่อลดหย่อนภาษี ว่า คณะกรรมการมีมติเห็นชอบว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะไม่มีการนำมาใช้ในการพิจารณาการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิจารณาทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมรวดเดียวจบเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ก่อนที่จะเตรียมประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ก.ค.2569

ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับตัวลดลงจาก 50.6 ในเดือน เมษายน 2569 โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 42 เดือน หรือ 3 ปีครึ่ง นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2569 จะปรับตัวดีขึ้นหลังจากรัฐบาลเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 5-6 หมื่นล้าน หากรวมกับวงเงินงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาทของรัฐบาลแล้ว ก็จะทำให้มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจราว 2- 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะเม็ดเงินไทยช่วยไทยพลัสส่วนใหญ่จะไหลเข้าไปยังกลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานราก เชื่อว่าช่วยประคองให้เอสเอ็มอีไม่ต้องปิดกิจการ