หน้าแรก เศรษฐกิจ เกษตรฯ ตั้งที...

เกษตรฯ ตั้งทีมพระพิรุณ เข้มตรวจเข้มด่านชายแดน ปราบทุเรียน-สินค้าเกษตรเถื่อน

12.06.26 | 17:23 น.

เกษตรฯ ตั้งทีมพระพิรุณ เข้มตรวจเข้มด่านชายแดน ปราบทุเรียน-สินค้าเกษตรเถื่อน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีตรวจสอบพบการนำเข้าทุเรียนเถื่อนตามด่านชายแดน รวมถึงสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ตรวจพบการลักลอบทำธุรกิจทุเรียนแช่แข็งโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการเร่งด่วน ให้ตั้งชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” โดยสนธิกำลังหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และ มกอช. ร่วมกับ หน่วยบัญชาการรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กองทัพภาคที่ 3 และด่านชายแดนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเข้มด่านชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอื่นๆ เพื่อสกัดทุเรียนเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านลักลอบสวมสิทธิ์ทุเรียนไทย โดยหน่วยงานทั้งหมดนี้จะบูรณาการข้อมูล และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบป้องกัน และปราบปราม ซึ่งมีอำนาจเต็มในการจับกุมดำเนินคดี หากพบการกระทำความผิดแบบซึ่งหน้า

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ทั้งนี้สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด ณ ขณะนี้ คือการทะลักเข้ามาของทุเรียนเวียดนาม เพราะปัจจุบันผลิตทุเรียนกำลังประสบปัญหาด้อยคุณภาพ ทำให้ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างประเทศจีนและไต้หวันได้ ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงที่จะมีการลักลอบนำทุเรียนสดเข้ามาตามตะเข็บชายแดนในรูปแบบกองทัพมด เพื่อนำมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย

นายสรวุฒิ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่า จะไม่มีการประนีประนอมในเรื่องนี้ โดยในวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 คณะทำงานจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัด มุกดาหาร นครพนม และอุบลราชธานี เพื่อติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดซึ่งนอกจากทุเรียนสดแล้ว มกอช. ยังเข้มงวดการตรวจติดตาม ไปจนถึงโรงงานและห้องเย็น เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าทุเรียนแช่แข็งผิดกฎหมายมาสวมสิทธิ์ด้วยเช่นกัน เพื่อเฝ้าระวังสารปนเปื้อน โดยเฉพาะสารย้อมสี (BY2) และแคดเมียม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านถูกจีนปฏิเสธ สำหรับสถิติของทุเรียนไทยในปี 2569 ปัจจุบันมียอดส่งออกไปแล้วกว่า 800,000 ตัน มูลค่าประมาณ 88,000 ล้านบาท ยอมรับว่า พบปัญหาเรื่อง สาร BY2 เพียงกรณี เดียว จากตู้สินค้าจำนวนมาก และพบแคดเมียมเพียง 20 ตู้ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณส่งออกทั้งหมด

นายสรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมทำแผนงาน หวังรุกตลาดใหม่ อินเดีย-ญี่ปุ่น เพิ่มมูลค่าทุเรียนตกไซซ์ โดยจะมีการหารือกับกระทรวงเกษตรของญี่ปุ่น (MAFF) ในวันที่ 21-24 มิถุนายน 2569 เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและสร้างการรับรู้ในเชิงคุณภาพว่า ทุเรียนลูกเล็ก คุณภาพดีไม่แพ้ลูกใหญ่

Advertisement