กรมบัญชีกลาง เปิดประกาศปรับ 4 เงื่อนไข คุมเข้มจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐวงเงิน 300 ล้านขึ้นไป
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) ได้ออกประกาศ เรื่อง วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างและมาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกัน การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงาน ตามประกาศฉบับดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
นางแพตริเซีย กล่าวว่า คณะกรรมการ ค.ป.ท. จึงได้ออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญใน 4 ประเด็น สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ ที่มีวงเงินเกิน 300 ล้านบาทขึ้นไป ดังนี้
1. แก้ไขคำนิยาม “การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม” โดยขยายความหมายให้ครอบคลุม ถึงการใช้ความสัมพันธ์ของบุคคลที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรส เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งส่วนตน กลุ่ม พวกพ้อง หรือธุรกิจ
2. กำหนดแนวทางการยื่นแบบตรวจสอบข้อมูลพร้อมหลักฐานอ้างอิงฉบับใหม่ โดยให้ผู้ประกอบการนำแบบ ตรวจสอบข้อมูล พร้อมหลักฐานอ้างอิงฉบับใหม่มายื่นให้หน่วยงานของรัฐก่อนวันที่แบบตรวจสอบข้อมูลฉบับเดิมจะหมดอายุ โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานของรัฐแจ้งให้ทราบ
3. กำหนดเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติใหม่ โดยให้ผู้ประกอบการต้องยื่นนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมแบบตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานอ้างอิงการดำเนินงานตามข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 ของประกาศ จึงจะผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของการเป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอ และ
4. ปรับแบบตรวจสอบข้อมูลฉบับใหม่ โดยให้เปลี่ยนมาใช้แบบตรวจสอบข้อมูลตามแนบท้ายประกาศฉบับใหม่แทน
นางแพตริเซีย กล่าวว่า การปรับแก้ไขประกาศในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้หน่วยงานรัฐ และผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสามารถดำเนินการได้อย่างครบถ้วน และถูกต้องยิ่งขึ้นแล้ว ยังจะช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอีกด้วย

