หน้าแรก เศรษฐกิจ เอสเอ็มอี ชี้...

เอสเอ็มอี ชี้‘ไทยช่วยไทย พลัส’ คนกล้าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ระยะยาวต้องคำนึงเสถียรภาพเศรษฐกิจ

13.06.26 | 17:20 น.

เอสเอ็มอี ชี้‘ไทยช่วยไทย พลัส’ คนกล้าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ระยะยาวต้องคำนึงเสถียรภาพเศรษฐกิจ

  • คนกล้าใช้จ่ายมากขึ้น

นางสาวณัฏฐ์ ธนะวัฒน์สัจจะเสรี ผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์ Subi มาสคาร่าเก็บไรผม เปิดเผยกับ “มติชน” เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของภาครัฐ ว่า ในมุมมองของผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) และในอีกแง่มุมเราก็คือผู้บริโภคนั้น มองว่ามาตรการของภาครัฐสามารถช่วยการตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้จริง ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

“ส่วนตัวมองว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะปกติอาจซื้อเท่านี้ แต่พอรัฐเข้ามาช่วยก็ซื้อได้มากขึ้น ทำให้กล้าใช้จ่ายมากขึ้น เหมือนเงินเท่าเดิมแต่ได้ของเพิ่มขึ้น ทำให้คนออกไปใช้จ่ายมากขึ้น อีกทั้งยังมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการใช้สิทธิ ทำให้คนรู้สึกต้องรีบใช้จ่ายในช่วงที่กำหนด” นางสาวณัฏฐ์ กล่าว

  • ชี้ช่วยพยุงกำลังซื้อ-ต้องคำนึงเสถียรภาพระยะยาว

นางสาวณัฏฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยอดการใช้จ่ายหลังจากครึ่งเดือนแรกในเดือน มิถุนายน 2569 อาจปรับตัวลดลงจากช่วงแรก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากที่รอใช้สิทธิมาตั้งแต่ต้น และได้เร่งใช้จ่ายไปแล้ว ทั้งนี้ แม้ยอดการใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลาอาจไม่เหมือนกัน แต่ในภาพรวมพ่อค้าแม่ค้ายังได้รับเงินจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน บางคนใช้ซื้ออาหาร บางคนซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคหรือของใช้ในครัวเรือน ก็จะทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

“ช่วงแรกคนรอคอย พอได้เงินมาก็อยากรีบใช้ แต่หลังจากนั้นอาจมีการบริหารการใช้จ่ายมากขึ้น เหมือนเวลาได้เงินเดือนมาใหม่ ๆ ที่มักใช้จ่ายมากกว่าในช่วงหลังเดือน ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลักษณะนี้ควรพิจารณาตามบริบทของสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา มองว่าในภาวะที่กำลังซื้อชะลอตัว การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบสามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ แต่ในระยะยาวอาจจะจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้านงบประมาณและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป” นางสาวณัฏฐ์ กล่าว