หน้าแรก เศรษฐกิจ DITP พาชมโครา...

DITP พาชมโคราชโมเดล สินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง โชว์ส่งออก 4 เดือนแตะ 1.6 แสนล้าน

15.06.26 | 10:12 น.

DITP เร่ง4 กลยุทธ์ดันเกษตรนวัตกรรม พาชมโคราชต้นแบบสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง โชว์ 4 ด.ส่งออกแตะ1.6แสนล้านบาท

วันที่ 15 มิถุนายน นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP ) เปิดเผยว่า ปี 2569 DITP ได้กำหนด 4 กลยุทธ์หลักในการผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปไทยสู่ตลาดโลก ได้แก่ 1. การยกระดับสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม 2. การส่งเสริมเกษตรยั่งยืน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และระบบตรวจสอบย้อนกลับ 3. การรุกตลาดส่งออกศักยภาพสูง และ 4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AgriTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต และบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน

โดยล่าสุด ตนนำคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่กรม และคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 13–14 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ GranMonte Vineyard & Winery และ Khao Yai Vanilla อำเภอปากช่อง เพื่อศึกษาศักยภาพและติดตามความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาอัตลักษณ์สินค้า เพื่อรองรับตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออก

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มตลาดโลกได้เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับปริมาณการผลิตไปสู่คุณภาพ มาตรฐาน ความยั่งยืน เทคโนโลยี และเรื่องราวของสินค้า (Story of Origin) มากขึ้น ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ มีแหล่งที่มาชัดเจน และสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดส่งออก

“สะท้อนทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรไทยจากการส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการแปรรูปและนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่สินค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าพรีเมียมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”

Advertisement

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ปากช่องและเขาใหญ่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ คุณภาพการผลิต และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรสู่สินค้าเกษตรนวัตกรรมได้อย่างมีศักยภาพ

ตัวอย่างโดดเด่นคือ Khao Yai Vanilla ผู้พัฒนาฝักวานิลลาคุณภาพสูงผ่านกระบวนการบ่ม (Vanilla Curing Process) จนกลายเป็นวัตถุดิบพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมต่อยอดสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าเพิ่ม เช่น น้ำตาลวานิลลา น้ำผึ้งวานิลลา และผงวานิลลา โดยมีแผนส่งออกมากกว่าร้อยละ 50 ของกำลังการผลิตทั้งหมดในช่วงปี 2570–2580 มุ่งเจาะตลาดสำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดวานิลลาคุณภาพสูง และเกาหลีใต้ที่มีความต้องการสารสกัดวานิลลาสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ GranMonte Vineyard & Winery ได้นำองุ่นสดจากแหล่งเพาะปลูกในเขาใหญ่มาพัฒนาเป็นไวน์ น้ำองุ่น และผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าเพิ่มหลากหลายประเภท ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังสิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี อีกทั้งยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้านไวน์อย่างต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมในการนำเสนอศักยภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยในเวทีสำคัญระดับโลก อาทิ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) และได้ร่วมออกงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ทั้ง Khao Yai Vanilla และ GranMonte เป็นตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบท้องถิ่นผ่านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว จนกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

อีกทั้งจังหวัดนครราชสีมา มีสินค้าที่น่าสนใจและมีศักยภาพอีกมากมาย อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ข้าวระยะเม่า แยมผลไม้เพื่อสุขภาพ หมี่โคราชพร้อมรับประทาน เห็ดเข็มทองอบกรอบ ต้มยำกุ้งกรอบ น้ำพริกแซลมอล น้ำพริกเห็ดหอม ซอสและเครื่องปรุงรส นมอัดเม็ดออแกนิคและ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากไข่ผำ ที่กรมฯ จะร่วมมือกับพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาในการช่วยยกระดับ และหาตลาดให้สินค้าไทยต่อไป

นางสุนันทา กล่าวว่า นอกจากนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องผ่านการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการส่งออก การสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ อาทิ งาน THAIFEX–ANUGA ASIA, งาน ANUGA ประเทศเยอรมนี, งาน SIAL ประเทศฝรั่งเศส, งาน Gulfood สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ งาน FOODEX Japan ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการใช้เครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าทั่วโลก ติดตามแนวโน้มตลาด และขยายโอกาสทางการค้าในตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 156.72 ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ขณะที่ตลาดศักยภาพในอนาคตยังครอบคลุมกลุ่มประเทศอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่ง DITP อยู่ระหว่างเร่งขยายโอกาสทางการค้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป 14,997.79 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 492,285.01 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.79 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 มีมูลค่าการส่งออก 5,229.46 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 163,854.56 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพและความต้องการสินค้าเกษตรแปรรูปไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว