หอค้าไทย ถก เอกนัฎ เสนอ 6 แนวทางปฏิรูปพลังงาน เป้าลดต้นทุน-ดัน E20 มาตรฐานประเทศ
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมกับนายพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ และ ประธานคณะกรรมการพลังงาน นำคณะกรรมการสายงานความยั่งยืน เข้าพบหารือ นายเอกณัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงาน ที่สำคัญของประเทศ โดยมุ่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดภาระต้นทุนด้านพลังงานให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
นายพจน์ กล่าวว่า พลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางการค้า และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในการหารือครั้งนี้ หอการค้าไทยได้เสนอแนวทางสำคัญเพื่อการปฏิรูปพลังงานของประเทศ 6 ด้าน ดังนี้
1.จัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน (กรอ.พลังงาน)” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่
2.ขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยผลักดัน “โครงการ Solar คนละครึ่ง Plus” สนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ภาคครัวเรือนผ่านการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและประชาชน พร้อมจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Solar for All และโซลาร์เซลล์ชุมชน เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงพลังงานสะอาดสู่ชุมชน พื้นที่ห่างไกล และภาคเกษตรกรรม
3.ยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยพลังงานสะอาด ผ่านการส่งเสริม Smart Solar Farming เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรสีเขียว ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากในอนาคต
4.สนับสนุนผู้ประกอบการ MSMEs และการลงทุนพลังงานสะอาด โดยเสนอให้เร่งผลักดันระบบ Net Billing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนเกินจาก Solar Rooftop และขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดระยะเวลาคืนทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
5.ขับเคลื่อน Energy Transition รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยการส่งเสริมตลาดพลังงานเสรี การเปิดให้มี Third Party Access (TPA) และ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) ซึ่งต้องการพลังงานสะอาดในปริมาณสูง และเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
6.สนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเสนอให้ผลักดัน E20 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาตรฐานของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเฉพาะใบอ้อยและกากอ้อย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ภาคการเกษตร ลดปัญหาการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
“พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว”นายพจน์ กล่าว

นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เห็นด้วยถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ กรอ.พลังงาน และข้อเสนอของหอการค้าไทย โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) พร้อมทั้งเสนอความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการบริหารจัดการและรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ ตลอดจน เห็นชอบให้มีการส่งเสริมนำมันสำปะหลังและใบอ้อย/กากอ้อย มาทำไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) เพื่อการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ลดต้นทุนประชาชนและเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ


