หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.รับลูกต...

ส.อ.ท.รับลูกตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ดัน’ชิปเมดอินไทย’ปั้นแรงงานทักษะสูง

15.06.26 | 19:36 น.

ส.อ.ท.รับลูกตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ดัน’ชิปเมดอินไทย’ยกระดับอุตสาหกรรม-ปั้นแรงงานทักษะสูง

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในนามสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณรัฐบาลในการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ’ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดในเชิงนโยบายที่สำคัญให้มีความต่อเนื่อง และจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศให้พร้อมแข่งขันในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้

“วันนี้ เราต้องยอมรับว่า ความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชิปไม่ได้อยู่แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรม Automation and Robotics เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบ AI และ Data Centerและประเทศไทยถือเป็น ‘ฐานการผลิตเพื่อการส่งออก’ ที่สำคัญของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักเหล่านี้” นางพิมพ์ใจ กล่าว

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การที่เรามีฐานการผลิตสินค้า High Technology จำนวนมาก แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่การผลิต ดังนั้น การส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรมและแข่งขันได้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วย ‘รักษาเม็ดเงินลงทุนและฐานการผลิตเดิม’ ให้อยู่กับประเทศไทยต่อไป

ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การผลักดันผลิตภัณฑ์ ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์ (Made-in-Thailand Chips)’ ให้เกิดขึ้นจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีการตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท และต้องการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน

“ดังนั้น เพื่อให้เราไปถึงจุดนั้น ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือกับคณะกรรมการชุดนี้ ขับเคลื่อนแผนงานสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ยกระดับจากผู้รับจ้างประกอบไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง และเร่งดึงดูดให้เกิดอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างการออกแบบวงจร (IC Design) ให้มาตั้งฐานในไทย เพื่อให้เกิด ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ (Made-in-Thailand Chips) และที่สำคัญที่สุดคือ ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนเชื่อมโยงการพัฒนา ‘ทักษะฝีมือแรงงาน’ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง ควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มั่นคงของอาเซียนต่อไป” นางพิมพ์ใจ กล่าว

Advertisement