หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาพันธ์เอสเอ...

สมาพันธ์เอสเอ็มอี เสนอ ‘วราวุธ’ เร่ง 5 มาตรการ สร้างแต้มต่อ-ขับเคลื่อนศก.ฐานราก

15.06.26 | 20:43 น.

สมาพันธ์เอสเอ็มอี เสนอ ‘วราวุธ’ เร่ง 5 มาตรการ สร้างแต้มต่อ-ขับเคลื่อนศก.ฐานราก

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย พร้อมคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ เข้าพบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) ที่มีกว่า 2.79 ล้านราย พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายภายใต้แนวคิด “Better Together : เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน”

ดร.ณพพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ MSME ประมาณ 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญถึง 69% ของการจ้างงานทั้งประเทศ “ที่ผ่านมาหลายมาตรการภาครัฐยังใช้คำว่า SME ในลักษณะเหมารวม ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย MSME จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ ทั้งที่กลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ

ในการหารือครั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทย ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
1. ขยายกองทุนประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ Micro & Small Enterprises ทั้งประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการที่โดนน้ำท่วมที่หาดใหญ่ & บริเวณจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
2. ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
3. ปรับปรุงกฎระเบียบและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ MSME ไทยแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ขยายบทบาทกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมดิจิทัล และ AI เพื่อก้าวสู่การเป็น “กระทรวงของ MSME” เพื่อผู้ประกอบการ MSME อย่างแท้จริง
5. สร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการไทย เพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Content และเชื่อมโยง MSME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่

Advertisement

สมาพันธ์ SME ไทยยังเสนอให้ภาครัฐออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด โดยแยกมาตรการสำหรับผู้ประกอบการระดับ Micro, Small และ Medium Enterprise ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง

“หากประเทศไทยต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก การยกระดับผู้ประกอบการ Micro และ Small Enterprise ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.26 ล้านราย คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในมิติการจ้างงาน การสร้างรายได้ให้ประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ดร.ณพพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันแนวทาง “Better Together เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ประกอบการ MSME ไทยทั่วประเทศ