เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ระหว่างจัดงานเทคโนโลยีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค 2017 (CES ASIA – Consumer Electronics Show ASIA 2017) ฮอนด้าได้จัดแสดงนวัตกรรมภายใต้แนวคิด ระบบการเดินทางที่อยู่ร่วมกับผู้คน (Cooperative Mobility Ecosystem)
นวัตกรรมที่ฮอนด้านำมาจัดแสดงภายในบูธ อาทิ ฮอนด้านิววี (Honda NeuV) รถยนต์ต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเอไอ “emotion engine” และฟังก์ชั่นการขับเคลื่อนอัตโนมัติ
อีกนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ ฮอนด้า ไรดิ้ง แอสซิสต์ Honda Riding Assist รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอย่างสมดุล ซึ่งเป็นผลมาจากการรวบรวมงานวิจัยทางด้านโรโบติกส์ สามารถทรงตัวได้แม้ใช้ความเร็วต่ำมาก นวัตกรรมของฮอนด้าแสดงถึงการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า (Big Data) และโรโบติกส์ (Robotics)

นายทสึโตมุ วากิทานิ เจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ ศูนย์ อาร์ แอนด์ ดี เซ็นเตอร์ เอ็กซ์ กล่าวในงานนี้ว่าในอดีต ฮอนด้าได้เปลี่ยนสังคมด้วยแนวคิด MONO-ZUKURI หรือศิลปะแห่งการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ แต่จากนี้ต่อไป แนวคิด KOTO-ZUKURI หรือศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ประสบการณ์ จะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆฮอนด้าจึงสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถติดต่อกันได้ และสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึก โดยใช้ซอฟท์แวร์เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า (Big Data) และโรโบติกส์ (Robotics) ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเครื่องจักรกล ที่เป็นฮาร์ดแวร์

นายวากิทานิกล่าวว่า ฮอนด้าก่อตั้งบริษัทใหม่ ฮอนด้า อาร์ แอนด์ ดี อินโนเวชั่น ในซิลิคอน วัลเล่ย์ เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพื่อมุ่งผลักดันการแนะนำนวัตกรรมในระดับโลกนอกจากนี้ ยังได้ก่อตั้ง ศูนย์ อาร์ แอนด์ ดี เซ็นเตอร์ เอ็กซ์ ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยเป็นศูนย์การวิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ที่แยกการดำเนินงานจาก ศูนย์การวิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และธุรกิจ ฮอนด้าเจ็ท ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเริ่มแรกนั้น ศูนย์ อาร์ แอนด์ ดี เซ็นเตอร์ เอ็กซ์ แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมุ่งเน้น เทคโนโลยี โรโบติกส์ (Robotics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ต่อมาได้ปรับขอบเขตเป้าหมายการดำเนินงาน ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้

นายวากิทานิยังกล่าวว่าฮอนด้า อาร์ แอนด์ ดี อินโนเวชั่น แล็บ โตเกียว ก่อตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2559 โดยมีบทบาทสำคัญในการเป็นสถานที่สำหรับนักวิจัยและวิศวกรฮอนด้า โดยได้ทำงานร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากภายนอก ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ ศูนย์ อาร์ แอนด์ ดี เซ็นเตอร์ เอ็กซ์ เป็นเทคโนโลยีที่ประยุกต์ใช้ได้จริงโดยเร็ว
จึงได้แนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศจีนด้วยเช่นกัน เพราะเป็นประเทศที่มีการเติบโตในด้าน IT และพลังงานไฟฟ้า อย่างรวดเร็วในระดับโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารายละเอียดของนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดง ในครั้งนี้ ได้แก่ ฮอนด้า นิววี (Honda NeuV)รถยนต์ต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI “emotion engine” และฟังก์ชั่นการขับเคลื่อนอัตโนมัติ NeuV สามารถตรวจจับสภาวะทางอารมณ์ของผู้ขับได้ โดยประมวลผลจากการแสดงออกทางสีหน้า และ/หรือน้ำเสียง แล้วจึงเลือกฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ NeuV ยังสามารถเรียนรู้ไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้ขับ และสามารถนำเสนอทางเลือกต่างๆ ให้กับผู้ขับ ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์
ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้ใช้ NeuV และเจ้าของรถอนุญาต NeuV ยังสามารถขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติ เพื่อพาผู้อื่นไปส่งตามที่ต่างๆ ได้อีกด้วย จากการคิดค้น NeuV นี้เอง ที่ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนในอนาคต ที่ต่อยอดจากการขับขี่แบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อีกนวัตกรรมหนึ่ง ได้แก่รถจักรยานยนต์ที่มีระบบช่วยการทรงตัว (Honda Riding Assist)
รถจักรยานยนต์ที่มีระบบช่วยการทรงตัว เป็นรุ่นที่อยู่ในระหว่างการทดลอง โดยได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัว ที่ฮอนด้าได้วิจัยกับหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ อาซิโม โดยได้จัดแสดงครั้งแรกในงาน CES 2017 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รถจักรยานยนต์ที่มีระบบช่วยการทรงตัวนี้ สามารถตั้งอยู่ได้เอง ในขณะที่มีคนขับหรือไม่มีคนขับก็ตาม ในกรณีที่ผู้ขับขี่สูญเสียการทรงตัวไปแล้วในระดับองศาหนึ่ง รถจักรยานยนต์ก็จะกลับมาทรงตัวได้เอง และลดการโยกไป-มาของรถในขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงได้ สำหรับการขับขี่แบบปกติ Honda Riding Assist สามารถขับขี่ได้เหมือนกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป Honda Riding Assist จึงเป็นความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะทำให้การใช้งานรถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันสนุกมากยิ่งขึ้น


อีกนวัตกรรม คือ UNI-CUB β หรือ ยูนิคับเบต้า พาหนะส่วนบุคคลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “การกลมกลืนร่วมกับผู้คน” และสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ที่ผู้คนสัญจรผ่านไป-มา UNI-CUB β ได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวของฮอนด้า จึงสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในทิศทางด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง และในแนวทแยงมุม เพียงแค่โน้มตัวไปในทิศทางที่ต้องการ UNI-CUB β มาพร้อมระบบปฏิบัติการหุ่นยนต์ (ROS – Robot Operating System) ที่สามารถใช้ได้กับโปรแกรมการเชื่อมต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่น (API – Application Program Interface) จึงสามารถควบคุมพาหนะส่วนบุคคลเครื่องนี้ได้จากระยะไกล และสามารถใช้งานได้หลายแบบ อาทิ การบริการจัดส่งของ หรือ การนำทางแขกไปยังที่นั่งด้วยการตั้งโปรแกรมเส้นทางไว้ล่วงหน้า ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์พาหนะส่วนบุคคลเครื่องนี้ เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ตามคอนเซปท์ “ridable Internet of Things”

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงคอนเซปต์ Safe Swarmที่ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดของฮอนด้าเพื่อทำให้การจราจรลื่นไหลและคล่องตัว (เป็นการเลียนแบบพฤติกรรมของฝูงปลา) โดยใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างรถยนต์แต่ละคันผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet-connected and vehicle-to-vehicle communication automotive technologies) จากคอนเซ็ปท์ “Safe Swarm” ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมแห่งการเดินทาง ที่ทำให้ภาพรวมการจราจรทั้งหมดปลอดภัยและคล่องตัว ไม่เพียงแต่รถคันใดคันหนึ่งเท่านั้น โดยคอนเซปท์การสื่อสารระหว่างรถยนต์ เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและสิ่งกีดขวางบนถนน นอกจากนี้ ยังช่วยลดการจราจรติดขัด ด้วยการช่วยผู้ขับเปลี่ยนเลน และเมื่อถึงทางแยกที่มีการรวมเลน ระบบจะวิเคราะห์ความเร็วของรถ และลดความเร็วในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้การเปลี่ยนเลนและรวมเลนลื่นไหลและคล่องตัว

