เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เดินหน้ายกระดับการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่สู่ระดับสากล ผ่านโครงการ CP CUP 2025 เวทีบ่มเพาะผู้นำแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่โลกธุรกิจจริง โดยในปีนี้โครงการได้ก้าวสู่การเป็นเวทีระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ มีนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 70,536 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมแข่งขันและพัฒนาศักยภาพร่วมกัน สะท้อนบทบาทของเครือซีพีในการร่วมสร้างทรัพยากรมนุษย์คุณภาพให้กับประเทศและสังคมโลก ผ่านการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง เทคโนโลยีแห่งอนาคต และประสบการณ์ระดับนานาชาติ

ความมุ่งมั่นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ ประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่า “การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในคน” เพราะคนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม
ล่าสุด เครือซีพีได้นำคณะนิสิตนักศึกษาผู้ชนะการแข่งขัน CP CUP 2025 ระดับประเทศไทย พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษา เดินทางสู่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ระดับโลกผ่านการศึกษาดูงานธุรกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบนิเวศด้าน AI ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
คณะศึกษาดูงานประกอบด้วยนิสิตนักศึกษาและอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ชนะการแข่งขันใน 3 สาขา ได้แก่ Practical Marketing, Food Research & Development และ Digital Innovation ซึ่งเป็นโจทย์ธุรกิจจริงที่สะท้อนความท้าทายของโลกอนาคต ทั้งด้านการตลาด นวัตกรรมอาหาร และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยตลอดการเดินทาง ผู้เข้าร่วมได้รับโอกาสเรียนรู้จากผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มธุรกิจซีพีในประเทศจีน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธุรกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างนวัตกรรมในระดับสากล

นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือซีพีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือภารกิจสำคัญที่สุดขององค์กร เพราะคนคือพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือเทคโนโลยี CP CUP จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขัน แต่เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำงานกับโจทย์ธุรกิจจริง เรียนรู้จากผู้บริหารตัวจริง และสัมผัสแนวโน้มของโลกอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับประเทศและสังคมโลกได้อย่างแท้จริง
“สิ่งที่เราอยากมอบให้กับเยาวชน ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ในการแข่งขัน แต่คือโอกาสในการเห็นโลกกว้าง ได้เรียนรู้จากองค์กรระดับโลก ได้สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังกำหนดอนาคตของโลก และได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานข้ามวัฒนธรรม ภาวะผู้นำ และความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง”
ระหว่างการศึกษาดูงาน คณะผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชม CP Center สำนักงานใหญ่ของซีพี เขตประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารธุรกิจของเครือซีพีในประเทศจีน โดยได้เรียนรู้เส้นทางการเติบโตของเครือซีพีตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี จากผู้บุกเบิกการลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน สู่หนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งเกษตร อาหาร ค้าปลีก เทคโนโลยี และบริการสมัยใหม่ พร้อมเรียนรู้หลักการดำเนินธุรกิจตามปรัชญา “3 ประโยชน์” ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืนของเครือซีพี
คณะฯ ยังได้ศึกษารูปแบบธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ณ Lotus Mall Tongzhou ซึ่งสะท้อนแนวคิดการค้าปลีกแห่งอนาคตที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้า การใช้ข้อมูล และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการนำสินค้าไทยสู่ตลาดจีน พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มไก่ไข่ครบวงจรผิงกู่ ต้นแบบการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเยี่ยมชม Beijing Humanoid Robot Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชั้นนำของจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์อัจฉริยะอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้บทบาทของเทคโนโลยีเหล่านี้ต่อการเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในอนาคต

นายกฤตภาส อยู่เอี่ยม ผู้ชนะการแข่งขัน CP CUP 2025 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์จากการเรียนในห้องเรียนสู่การคิดเชิงธุรกิจและการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง ขณะที่การเดินทางมาศึกษาดูงานในประเทศจีนยิ่งทำให้เห็นภาพของโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระดับสากล ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากตำราเรียน

ด้าน นางสาวพิชญ์ยา ศานติกะนาวิน ผู้ชนะการแข่งขันจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การได้ศึกษารูปแบบธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีนทำให้เห็นแนวทางการสร้างประสบการณ์ลูกค้าและการพัฒนาธุรกิจที่สามารถนำกลับมาต่อยอดแนวคิดและโครงการของตนเองได้ในอนาคต

ขณะที่ รศ.ดร.วรสิทธิ์ ชูชัยวัฒนา อาจารย์ที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า CP CUP เป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ทำงานกับโจทย์ธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง และได้เห็นแนวทางการบริหารองค์กรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน
CP CUP เริ่มต้นขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 2559 ก่อนขยายสู่ประเทศไทยและพัฒนาสู่เวทีระดับนานาชาติในปี 2567 และในปี 2568 ได้ก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้เข้าร่วมจากประเทศไทย จีน เวียดนาม อินเดีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ รัสเซีย ตุรกี และมาเลเซีย ภายใต้แนวคิด “Ignite Your Potential, Innovate Your Future” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายประเทศได้ร่วมกันแก้โจทย์ธุรกิจจริง สร้างนวัตกรรม และเรียนรู้การทำงานข้ามวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและภาวะผู้นำในระดับสากล
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา CP CUP จึงไม่ใช่เพียงเวทีการแข่งขันสำหรับนักศึกษา หากแต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างผู้นำแห่งอนาคตระดับโลก และเป็นการลงทุนระยะยาวด้านทรัพยากรมนุษย์ของเครือซีพี เพื่อสร้างคนเก่ง คนดี และคนที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับประเทศ สังคม และโลกในอนาคต ตามเจตนารมณ์ของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่เชื่อมั่นเสมอว่า “การสร้างคน คือการสร้างอนาคต” และเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดขององค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน




