ททท. บุกตลาดตะวันออกกลาง-แอฟริกา จัดงานเชื่อมเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวไทยเต็มแรง
นายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงาน The Middle East & Africa Trade Meet (MTM) 2026: Bangkok Edition เวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยกับผู้ซื้อคุณภาพจากตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยมีตัวแทนจากบริษัทนำเที่ยว 39 ราย จากตลาดศักยภาพ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ เคนยา ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ เข้าร่วมพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย 50 ราย อาทิ ธุรกิจโรงแรมที่พัก บริษัทจัดการการท่องเที่ยว (DMC) กอล์ฟคลับ และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายสันติ กล่าวว่า การจัดงาน MTM 2026 ในปีนี้ ททท. มุ่งขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง รวมถึงเดินหน้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2568 ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย รวมกันมากกว่า 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก นับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดดังกล่าว โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีระยะเวลาพำนักนาน มีกำลังซื้อสูง และมีความสนใจต่อสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายของประเทศไทย

นายสันติ กล่าวว่า ทั้งสองตลาดมีพฤติกรรม ความต้องการ และรูปแบบการจองการเดินทางที่แตกต่างกัน โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีจุดเด่นด้านกำลังซื้อสูง ระยะเวลาพำนักนาน นิยมเดินทางเป็นครอบครัว และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว การท่องเที่ยวระดับลักชัวรี สุขภาพและการแพทย์ การชอปปิง และบริการระดับพรีเมียม ขณะที่นักท่องเที่ยวจากแอฟริกา โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ เคนยา และไนจีเรีย ให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน การเดินทางแบบครอบครัวและกลุ่ม ชื่นชอบกิจกรรมชอปปิง ไลฟ์สไตล์ ซอฟต์แอดเวนเจอร์ ชายหาด อาหาร และแพ็กเกจที่คุ้มค่า แต่ทั้งสองตลาดมีความต้องการการเดินทางที่มีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ที่น่าจดจำ ความคุ้มค่า และการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับตลาดตะวันออกกลาง ททท. จะมุ่งเน้นนำเสนอสินค้าและบริการในกลุ่ม Wellness & Medical Tourism, Family Travel และ Luxury Experiences โดยแนวคิดด้าน Wellness ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะสปาหรือการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูสุขภาพ สุขภาวะทางใจ อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึง Family Wellness และ Luxury Wellness Journey ในส่วนของตลาดแอฟริกา ประเทศไทยมีศักยภาพในการนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลาย อาทิ การพักผ่อนริมทะเล เมืองท่องเที่ยวหลัก การชอปปิง ไนท์ไลฟ์ ซอฟต์แอดเวนเจอร์ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ที่มีความคุ้มค่าด้านราคา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดแอฟริกา
“ททท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะการส่งเสริมการเดินทางในช่วงกรีนซีซั่น หรือฤดูฝน ซึ่งสอดคล้องกับช่วงฤดูร้อนและวันหยุดโรงเรียนของตลาดตะวันออกกลาง ส่วนตลาดแอฟริกา โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ มีความต้องการเดินทางที่เชื่อมโยงกับช่วงวันหยุดโรงเรียน การพักผ่อน ฮันนีมูน และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล หรือ incentive ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมประเทศไทยตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน ททท. จะเดินหน้าส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวและเมืองศักยภาพของไทย อาทิ เชียงราย กาญจนบุรี เขาใหญ่ กระบี่ หัวหิน ตราด และพื้นที่อื่นๆ เพื่อกระจายและลดความหนาแน่นในเมืองท่องเที่ยวหลัก และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน” นายสันติ กล่าว

นายสันติ กล่าวว่า ททท.เดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรสายการบินจากตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงศูนย์กลางการบินสำคัญที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย พร้อมผลักดันแคมเปญร่วมกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว โอทีเอ และผู้ประกอบการทัวร์ เพื่อกระตุ้นการจอง สร้างแพคเกจที่น่าสนใจ เพื่อทำให้ประเทศไทยเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งสองภูมิภาค จึงเชื่อมั่นว่า การนำคณะบริษัทนำเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาเข้าร่วมงานทีทีเอ็มพลัส 2026 ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Pre-MTM Event ที่พัทยา และการต่อยอดสู่เวที MTM 2026 ที่กรุงเทพฯ จะช่วยขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย และผลักดันการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาสู่ประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน



