หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการ ชี...

นักวิชาการ ชี้ TH-AI Passport มาถูกทาง แต่ต้องโปร่งใส-คุ้มค่า ยันไม่เห็นด้วยหยุดโครงการ

16.06.26 | 20:47 น.

นักวิชาการ ชี้ TH-AI Passport มาถูกทาง แต่ต้องโปร่งใส-คุ้มค่า ยันไม่เห็นด้วยหยุดโครงการ

  • ชี้รัฐมาถูกทางแล้ว แต่ต้องโปร่งใส-คุ้มค่า

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายสัมพันธ์ ศิลปะนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ (ECEA) อุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) และที่ปรึกษาบอร์ดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงการเดินหน้าของโครงการ TH-AI Passport หลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ว่า เรื่อง AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ถึงตอนนี้แล้ว การที่รัฐบาลจะขยับเดินหน้าทำเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับ AI ถือว่า “มาถูกทิศทุกทาง” แต่ความคุ้มค่าก็ต้องมาดูที่กระบวนการ ซึ่งตอนนี่หลายฝ่ายให้ความสนใจการตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เกิดการพิจารณาในมิติของความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ควรนำมาใช้กำกับการดำเนินงานของภาครัฐ

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การที่จะใช้ AI เพื่อยกระดับและพัฒนาประเทศ ต้องไม่ทำเป็นเพียงแค่โครงการ แต่ต้องยกระดับให้เป็นแผนงานของรัฐบาล ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน โดยตัวชี้วัดควรวัดในเชิงความคุ้มค่า อาทิ ทำให้คนไทยมีรายได้ดีขึ้น ธุรกิจเอสเอ็มอีมีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น เกษตรกรมีผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยสามารถช่วยให้นักศึกษามีงานทำได้เร็วขึ้น ไม่ใช่วัดเพียงจำนวนผู้เข้าถึงสิทธิการใช้ AI เท่านั้น ซึ่งถ้ารัฐใช้งบกว่า 1,621 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากสามารถทำให้คนไทยหลายล้านคนเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้ เพียงแต่ว่าเรามาใช้เวลาดูขบวนการให้ดีขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ได้ชัดเจนมากขึ้น และอาจจะต้องมอบหมายการดำเนินงานไปยังหน่วยงานที่มีความพร้อม เช่น จังหวัด อำเภอ อบจ. อบต. มหาวิทยาลัย หรือกลุ่มเกษตรกร โดยมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

  • ไม่เห็นด้วยหยุด TH-AI Passport

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้นำงบประมาณกว่า 1,621 ล้านบาท ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ สนับสนุนโครงการของไทยที่มีอยู่แล้ว อาทิ ThaiLLM สตาร์ทอัพ และ SME แทนการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport นั้นมองว่า ยังไม่กล้าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง เพราะปัจจุบันมีข้อเสนอจำนวนมากจากหลายฝ่ายแต่ “ไม่เห็นด้วยกับการหยุดโครงการ” เพียงแต่ต้องทำให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ควรเป็นรูปแบบการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อสังคมที่ยังตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ก็ควรใช้โอกาสนี้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของภาครัฐให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “ยิ่งประเทศไทยจะเข้า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ยิ่งต้องให้ความสำคัญ เราต้องพยายามทำให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยเรามีความโปร่งใส” อีกทั้ง ในหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ได้เดินหน้าด้าน AI ไปแล้ว ดังนั้น หากไทยสามารถวางระบบตัวชี้วัดที่สะท้อนความคุ้มค่าได้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นเรื่องที่ดีและเป็นทิศทางที่ควรสนับสนุน