พราว โชว์ยอดขาย รมย์ คอนแวนต์ คึกคัก ทุ่มอีก 3 พันล้านซื้อที่ดินกลางกรุง เตรียมปักหมุดคอนโดใหม่หาดหัวหิน
วันที่ 17 มิถุนายน นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าอสังหาริมทรัพย์ ย่านสีลม-สาทร กำลังเป็นต้นแบบของที่พักสำหรับการใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคต และเริ่มเห็นสัญญาณในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ที่สำคัญคือ 1.การพัฒนาเครือข่ายพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการเชื่อมต่อสวนลุมพินี สวนเบญจกิติ และสวนเบญจสิริ ซึ่งตอบโจทย์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการใช้ชีวิตใกล้ธรรมชาติ
2.การเกิดขึ้นของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่และแลนด์มาร์กใหม่หลายแห่ง ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเกรดเอ โรงแรมระดับลักชัวรี และแหล่งไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ทำให้สีลม-สาทรไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของกรุงเทพมหานคร
ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัทอ้างอิงข้อมูลจาก CBRE สะท้อนว่าอุปทานคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านสาทรลดลงต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2566 จำนวนยูนิตเปิดขายใหม่ต่อปีอยู่ต่ำกว่า 3,500 ยูนิต ขณะที่อัตราการดูดซับอยู่ระดับเกือบ 80% สะท้อนถึงความต้องการของตลาด ท่ามกลางข้อจำกัดด้านที่ดินในทำเลศักยภาพ
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาขายเฉลี่ยในย่านสาทรช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโต 24.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการปรับขึ้นของราคาสูงที่สุดในกรุงเทพฯ
“ที่สำคัญ เทรนด์ Wellness Living หรือ การเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับการอยู่อาศัย กลายเป็นนิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และกำลังขยายตัวครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด โดยข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate เป็นเซ็กเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลก มีมูลค่า 875,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 และเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี คาดว่าภายในปี 2573 มูลค่าตลาดแตะ1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มกว่าสองเท่า”

สำหรับผลสำรวจผู้บริโภคในประเทศไทย พบว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามพร้อมตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย หากโครงการมีแนวคิดด้าน Wellness เป็นองค์ประกอบสำคัญอีก 29% ระบุว่าสุขภาพเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการเลือกที่อยู่อาศัย และ 23% ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Wellness Center ที่สามารถดูแลสุขภาพได้มากกว่าการเป็นเพียงฟิตเนสทั่วไป
สำหรับความคืบหน้าโครงการรมย์ คอนแวนต์ (ROMM Convent) มูลค่า 4,150 ล้านบาท ซึ่งบริษัทพัฒนาให้เป็นหนึ่งในโครงการที่สามารถดูแลสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบวงจร โดยผ่านการออกแบบตามมาตรฐาน Fitwel จากสหรัฐอเมริกา และได้รับ Fitwel Design Certification ระดับ 2 ดาวแล้ว พร้อมอยู่ระหว่างการขอรับรอง Building Certification ในลำดับถัดไป
ล่าสุดโครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และมียอดขายแล้วกว่า 90% ทั้งในแง่จำนวนยูนิตและมูลค่าการขาย โดยผู้ซื้อประมาณ 70% เป็นคนไทย พร้อมกับเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าเข้าอยู่แล้วตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้ ปัจจุบันมียอดโอนแล้วกว่า 30 ยูนิต จากทั้งหมด 175 ยูนิต และกว่า 40% ของผู้ซื้อคนไทยซื้อด้วยเงินสด สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ
“กลุ่มที่ซื้อลงทุนยังได้รับการตอบรรับดี โดยหลายยูนิตสามารถปล่อยเช่าได้ทันทีหลังโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนใกล้เคียงที่ตั้งโครงการ ซึ่งอัตราการเข่าอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท/ตร.ม.”

โดยจุดเด่นสำคัญของโครงการคือการออกแบบเพื่อรองรับสุขภาวะในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเลือกทำเลคอนแวนต์ซึ่งเป็นย่านที่สามารถเดินถึงโรงพยาบาล โรงเรียน ร้านอาหาร และพื้นที่สีเขียวได้ ช่วยลดความเครียดจากการเดินทาง
ในส่วนของการบริหารจัดการ โครงการจะดำเนินการโดย Prompt Management ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างลูกบ้านกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) โดยโครงการยังเปิดตัวบริการ “Health Butler” ผู้ช่วยดูแลสุขภาพประจำโครงการ ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจาก BNH สามารถให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ประสานงานด้านการรักษาพยาบาล จัดหาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
ขณะเดียวกันลูกบ้านจะได้รับการตรวจประเมินสุขภาพและจัดทำ Wellness Index ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่ พร้อมสิทธิ์เข้าถึงแพทย์ฉุกเฉินภายใน 5 นาที การดูแลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง บริการ Telehealth การส่งยาถึงที่พัก และส่วนลดค่ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาล BNH สูงสุด 20% นอกจากนี้โครงการยังจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างทั้งสุขภาพที่ดีและความสัมพันธ์ในชุมชนของลูกบ้าน
“เตรียมลงทุนในโครงการรูปแบบใหม่อีกในอนาคต”

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROUD กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 ซึ่งเป็นไตรมาสต่ำสุดของปี บริษัทมีรายได้รวม 1,264 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 54.36 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 5,300 ล้านบาท โดย 70-80% จะรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป ส่งผลให้ผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสของปี
“ปี 2569 ทั้งรายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะกำไรจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงการที่ทยอยโอนในปีนี้เป็นโครงการที่พัฒนาเองทั้งหมด ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าโครงการที่ซื้อกิจการมาในอดีต โดยจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้น บริษัทคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลในปีนี้ได้มากกว่า 10% เพิ่มขึ้นจากระดับ 9% ในปีก่อน”
นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า แผนการลงทุนช่วงที่เหลือปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่บนที่ดินประมาณ 7 ไร่ ใกล้ชายหาดหัวหิน มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท คาดเปิดขายไตรมาส 4/2569 นอกจากนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินในย่าน CBD ของกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต โดยตั้งงบลงทุนซื้อที่ดินไว้ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท
นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม จะมีการชะลอตัวในบางเซกเมนต์ แต่ตลาดลักชัวรียังคงมีฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพโครงการ การบริการ และประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จของโครงการรมย์ คอนแวนต์ และเป็นทิศทางการพัฒนาโครงการของบริษัทในระยะยาว




