หน้าแรก เศรษฐกิจ REIC เผยบ้านม...

REIC เผยบ้านมือสอง Q1/69 ขายพุ่ง 2.4 แสนหน่วย มูลค่า 1.1 ล้านล้าน ยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ หดตัว 18% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

17.06.26 | 22:40 น.

REIC เผยบ้านมือสอง Q1/69 ขายพุ่ง 2.4 แสนหน่วย มูลค่า 1.1 ล้านล้าน บ้านเดี่ยวครองตลาด 40% จับตาบ้านหรูแห่ขายพรึบ ส่วนยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ หดตัวต่อเนื่อง 17.9% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า มีจำนวนประกาศขาย 242,729 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.2% และมีมูลค่า 1,196,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้จำนวนหน่วยจะขยายตัว 7.3% แต่มูลค่ากลับปรับลดลงเล็กน้อยที่ -0.3% สะท้อนถึงสัดส่วนอุปทานระดับราคาต่ำที่เข้ามาเติมในตลาดมากขึ้น

บ้านเดี่ยวครองตลาด 40% จับตาบ้านหรูแห่ขายพรึบ
เมื่อจำแนกตามผู้ประกาศขาย พบว่า กลุ่มบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มีสัดส่วนการนำทรัพย์เข้ามาเสนอขายสูงที่สุด คิดเป็น 39.0% ของหน่วยประกาศขายทั้งหมด ขณะที่ประเภทสินทรัพย์อย่าง “บ้านเดี่ยว” ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 40.9% แต่กลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดในไตรมาสนี้คือ “ห้องชุด (คอนโดมิเนียม)” ที่จำนวนหน่วยเติบโตถึง 124.6% และมูลค่าพุ่งสูงถึง 343.8% ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยรวมของที่อยู่อาศัยมือสองในตลาดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.9 ล้านบาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานในกลุ่มระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ที่ขยายตัวเกิน 140% ทว่าในโครงสร้างตลาดภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนหน่วยสูงสุดที่ 25.4%

กทม. ราคาขายเฉลี่ยพุ่ง 9.9 ล้าน
สำหรับทำเลที่มีมูลค่าประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรก ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว โดย “กรุงเทพมหานคร” ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยจำนวน 70,495 หน่วย และมีมูลค่าสูงถึง 701,250 ล้านบาท คิดเป็น 58.6% ของมูลค่ารวมทั้งประเทศ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีราคาประกาศขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุด โดยปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.9 ล้านบาท จาก 6.5 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอุปทานส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นการประกาศขายห้องชุด

ทางด้านอุปสงค์หรือการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,446 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.8% และมีมูลค่าการโอน 93,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมี “บ้านเดี่ยว” เป็นประเภทสินทรัพย์ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด คิดเป็น 41.6% อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์กลับชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนหน่วยลดลง -12.9% และมูลค่าลดลง -17.9%

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ สัญญาณการหดตัวของกำลังซื้อในตลาดระดับบน โดยข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ตามระดับราคาพบว่า สินทรัพย์ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 7.51 ล้านบาทขึ้นไป เริ่มปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาท ที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงมากที่สุด ทั้งในแง่จำนวนหน่วยที่ลดลง -18.0% และมูลค่าการโอนที่ลดลงถึง -25.6% ซึ่งสวนทางกับฝั่งอุปทานประกาศขายในกลุ่มราคาเดียวกันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงภาวะตึงตัวของกำลังซื้อในกลุ่มผู้บริโภคระดับบนในไตรมาสนี้

Advertisement

เผยยอดต่างชาติโอนคอนโดฯ Q1/69 หดตัวต่อเนื่อง 17.9% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก

REIC ระบุว่า สำหรับสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ภาพรวมตลาดส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นมูลค่ารวม 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% และมีพื้นที่ห้องชุดรวม 141,644 ตร.ม ลดลง 13.8% ซึ่งสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติเมื่อเทียบกับคนไทยก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ประกอบกับผู้ซื้อชาวต่างชาติบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ส่งผลให้เกิดความระมัดระวังและชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป

‘จีน’ ยังครองแชมป์ซื้อสูงสุด
อย่างไรก็ดี เมื่อจำแนกตามสัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด 10 อันดับแรก พบว่า กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่ง ทั้งในแง่ของจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์สะสมอยู่ที่ 906 หน่วย มูลค่ารวม 3,493 ล้านบาท มีมูลค่าการโอนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9 ล้านบาทต่อหน่วย และขนาดพื้นที่เฉลี่ย 39.9 ตารางเมตรต่อหน่วย แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม ในขณะที่กลุ่มสัญชาติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ รัสเซีย พม่า ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

แม้ว่าชาวจีนจะครองสัดส่วนมากที่สุด แต่ชาวอินเดีย กลับเป็นกลุ่มสัญชาติที่โดดเด่นที่สุดในแง่ของกำลังซื้อ โดยเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าและพื้นที่ห้องชุดเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุด มีมูลค่าการโอนเฉลี่ยสูงถึง 5.6 ล้านบาทต่อหน่วย และมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 67.8 ตารางเมตรต่อหน่วย

สำหรับภาพรวมขนาดและมูลค่าห้องชุดเฉลี่ยที่คนต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – มีนาคม) มีพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 43.7 ตารางเมตร มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 ล้านบาทต่อหน่วย หรือคำนวณเป็นราคาเฉลี่ยประมาณ 95,054 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดต่างชาติที่ยังคงเน้นห้องชุดในระดับราคาจับต้องได้จนถึงระดับกลางเป็นหลักในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน