หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนัฏ เบรกค่...

เอกนัฏ เบรกค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดใหม่ ชี้ มิ.ย.ใช้ราคาเดิม เร่งเดินหน้า 3 มาตรการหลัก-รื้อสัญญาทาส

18.06.26 | 14:33 น.

เอกนัฏ เบรกค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดใหม่ ชี้ มิ.ย.ใช้ราคาเดิม เร่งเดินหน้า 3 มาตรการหลัก-รื้อสัญญาทาส

วันที่ 18 มิ.ย. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมสั่งชะลอ และทบทวนแนวทางการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ซึ่งผู้ใช้ไฟบ้านที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะจ่ายค่าไฟในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และสำหรับ 200 หน่วยขึ้นไป จะคิดเป็นอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และมีกระแสคัดค้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยขึ้นไป ซึ่งสะท้อนว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยหลายครอบครัวให้เหตุผลว่า มีการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งอาจไม่ได้หมายถึงผู้มีฐานะร่ำรวยเสมอไป และยังต้องแบกรับภาระค่าไฟที่แพงขึ้น ทั้งนี้ ในรอบบิลเดือนมิถุนายน จะใช้ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วยไปก่อน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับแผนการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ต่ำลง กระทรวงพลังงานจะเร่งขับเคลื่อนใน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. แก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม (สัญญาทาส) โดยเฉพาะการต่ออายุสัญญา Adder หรือ เงินรับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ที่ได้ทำไว้ในอดีต ส่งผลต่อประชาชนในการแบกรับผ่านค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในระยะยาว เนื่องจากบางส่วนมีการต่ออายุอัตโนมัติทุกๆ 5 ปี ขณะนี้ได้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดและมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนสัญญา และอยู่ระหว่างรอดำเนินการในระยะต่อไป

2. การลดการสูญเสียในระบบ (Non-technical loss) โดยปรับปรุงการนำค่าใช้จ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น ค่าไฟทางหลวง ที่นำมาคำนวณรวมในบิลค่าไฟของประชาชน และ 3. แก้ไขปัญหาค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payments: AP) ที่เป็นภาระต้นทุนแฝง จัดการกับปัญหาประสิทธิภาพระบบที่ในอดีตมีการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริง จนทำให้ต้องจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้าเอกชนที่ไม่ได้เดินเครื่อง ซึ่งมาตรการนี้จะเห็นผลเร็วที่สุด

โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งถัดไป ภายในเดือนมิ.ย.2569 นี้ จะมีการเสนอเปิดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่เป็นประเภทที่ 9 คือ กลุ่ม Data Center เพื่อให้กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูงร่วมรับผิดชอบต้นทุนที่เหมาะสม และปูทางสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี ทั้งนี้ หากดำเนินการสำเร็จทั้ง 3 มาตรการ จะสามารถดันราคาค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ให้อยู่ที่ 3 บาท ได้อย่างแน่นอน

Advertisement

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการลดค่าครองชีพและช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยยังคงดำเนินต่อไป โดยกระทรวงพลังงานกำลังเจรจากับ 3 การไฟฟ้า และเมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่ม ดาต้า เซ็นเตอร์ หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้ ในการนำรายได้ส่วนหนึ่งมาสำรองจ่ายช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยไม่เกิน 200 หน่วยก่อนในระยะแรก ซึ่งครอบคลุมประมาณ 15 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ส่วนระยะต่อไปจะขยายการช่วยเหลือให้ครอบคลุม 200 หน่วยแรก สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า โดยปกติแล้วโครงสร้างค่าไฟฟ้าจะแยกออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1. ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวมค่า Ft) ที่มีการพิจารณาปรับปรุงทุก ๆ 4 เดือน ซึ่งปัจจุบันรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม มีการตรึงราคาไว้แล้ว และในรอบถัดไปมีแนวโน้มลดลงตามราคาเนเชอรัลแก๊สเหลว (LNG) ในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงเหลือ 15-18 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากสถานการณ์ข้อตกลงหยุดยิง และ 2. การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ซึ่งปัจจุบันถือเป็นเพียง 1 ใน 8 ประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในระบบ

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคประชาชน โดยการลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น พร้อมจัดทำแพ็กเกจเงินกู้ช่วยเหลือเงินดาวน์และดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงเตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนขยายจาก 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในเดือนนี้