หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรศักดิ์ ลงพ...

สุรศักดิ์ ลงพื้นที่เกาะสมุย ล้างบางมาเฟีย-เข้มใช้กฎหมาย ยันค่าเหยียบแผ่นดินจำเป็น

18.06.26 | 16:05 น.

สุรศักดิ์ ลงพื้นที่เกาะสมุย ล้างบางมาเฟีย-เข้มใช้กฎหมาย ยันค่าเหยียบแผ่นดินจำเป็น

 

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เกาะสมุย เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน นำโดยสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางออกร่วมกัน ซึ่งในที่ประชุม ตัวแทนสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้สะท้อนความกังวลของคนในพื้นที่ต่อปัญหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสภาพถนนหลายเส้นทางที่ชำรุดทรุดโทรม และปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งได้รับเรื่องนี้เพื่อติดตามว่า หน่วยงานใดเป็นเจ้าของโครงการ พร้อมระบุชัดเจนว่าหากเกิดกรณีที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต้องหาทางจัดการให้จบ ไม่ใช่ผลักภาระทิ้งไว้ให้คนท้องถิ่น ทั้งเอกชนและส่วนราชการในพื้นที่ต้องมาก้มหน้ารับเคราะห์แทน

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้หยิบยก 2 เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นและกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ทั้งกรณีกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำที่ตั้งตัวเป็นมาเฟียรุมทำร้ายและยิงแท็กซี่ที่ถูกกฎหมายจนเสียชีวิต และกรณีนักวิ่งดาวรุ่งชาวออสเตรเลียวัย 25 ปี ที่เช่ารถจักรยานยนต์ขับขี่ฝ่าสายฝนจนลื่นล้มเสียชีวิตบริเวณทางโค้งซิกแซกนั้น กรณีนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเด็ดขาด ในการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนเกาะให้สิ้นซาก พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการรถเช่าที่หละหลวม ปล่อยให้นักท่องเที่ยวที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่เช่ารถไปใช้งาน โดยหลังจากนี้หากพบการฝ่าฝืนต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด รวมถึงต้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัย

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการผ่าตัดปัญหาอย่างยั่งยืน สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้เป็นตัวแทนภาคเอกชนเสนอแนวคิดสมุยโมเดล ให้เป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวไทย ประกอบด้วย 2 กลไกหลัก ได้แก่

Advertisement

1.การมอบตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ด้านบริการ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการน้ำดี

2.การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย แบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ ประสานงานตำรวจ โรงพยาบาล กู้ภัย เทศบาล ให้คำปรึกษากฎหมาย ไปจนถึงการติดตามดูแลจนกว่าปัญหาจะจบ เพื่อการป้องกันเชิงรุก ซึ่งได้ตอบรับข้อเสนอของภาคเอกชน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์บูรณาการฯ ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด

“เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการผลักดันกองทุนสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อจัดเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าไทย หรือค่าเหยียบแผ่นดิน เพื่อนำเม็ดเงินเหล่านั้นกลับมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจ้างอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง เพราะหากเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพทั้งด้านความปลอดภัยและการบริการให้ได้ก่อน” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในมิติของการป้องกันอาชญากรรม ต้องชื่นชมการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ที่พลิกโฉมการทำงานด้วยการดึงเทคโนโลยีมาใช้จริง ทั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และโดรนบินตรวจตราที่ผสานระบบเอไอ ตรวจจับใบหน้า (Face Recognition) เพื่อสแกนหาผู้มีประวัติอาชญากรรมและกลุ่มเสี่ยง จากอดีตที่ตำรวจไม่กี่นายต้องมานั่งเฝ้าคนทั้งเกาะซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ระบบเอไอ ทำให้เราป้องกันอาชญากรรมได้แม่นยำและประหยัดทรัพยากรไปมหาศาล ซึ่งถือเป็นการป้องปรามที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีต้องเกรงกลัวมากขึ้น