หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.บริษัทพุ่ง...

ปธ.บริษัทพุ่ง ไทยเปิดธุรกิจใหม่ 3.7 หมื่นราย ‘ค้าอินเทอร์เน็ต-บริการ-ร้านอาหาร’ เยอะสุด

19.06.26 | 13:29 น.

ไทยเปิดธุรกิจใหม่ 5 เดือนรวม 3.7 หมื่นราย ‘ค้าอินเตอร์เน็ต-บริการ-ร้านอาหาร’ โดดเด่น โชว์ยอดต่างชาติลงทุนกว่า1.53 แสนลบ.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 7,115 ราย เทียบกับเดือนเมษายนปีนี้ เพิ่มขึ้น 661 ราย หรือเพิ่ม 10.24% เทียบเดือนพฤษภาคมปีก่อน เพิ่มขึ้น 448 ราย หรือเพิ่ม 6.72% และมีทุนจดทะเบียน 14,629 ล้านบาท เทียบเดือนเมษายนปีนี้ ลดลง 8,136 ล้านบาท หรือเพิ่ม 35.74% เทียบเดือนพฤษภาคมปีก่อนลดลง 4,336 ล้านบาท หรือลด 22.87% ส่งผลให้ 5 เดือนแรก 2569 จัดตั้งใหม่รวม 36,794 ราย ลดลง 21 ราย หรือ 0.06% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 5 เดือนสะสม 95,970 ล้านบาท ลดลง 35,057 ล้านบาท หรือลด 26.76%

ทั้งนี้ จัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจขยายตัวน่าสนใจ เมื่อเปรียบปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้น 54.92% มูลค่าทุน 1,574 ล้านบาท ธุรกิจกิจกรรมการบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น เพิ่มขึ้น124.40%มูลค่าทุน346 ล้านบาท และ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร เพิ่มขึ้น 13.47% มูลค่าทุน 2,873 ล้านบาท

สำหรับจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนพฤษภาคม จำนวน 1,047 ราย เทียบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 66 ราย หรือเพิ่ม 6.73% เทียบเดือนพฤษภาคมปีก่อน เพิ่มขึ้น 192 ราย หรือ 22.46% ด้านทุนจดเลิก 65,792 ล้านบาท เทียบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 60,578 ล้านบาท หรือ 1,162% และเทียบเดือนพฤษภาคมปีก่อนเพิ่มขึ้น 61,642 ล้านบาท หรือเพิ่ม 1,485% ส่งผลจดเลิก 5 เดือนแรกรวม 5,264 ราย เพิ่มขึ้น 488 ราย หรือ10.22% และทุนเลิก 5 เดือนสะสม 92,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71,909 ล้านบาท หรือ 357% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 2 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนเลิกเกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกทั้งสิ้น 62,000 ล้านบาท ได้แก่คือ บริษัท สิริวนันต์ จำกัด ทุน 50,000 ล้านบาท ลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัท เซ็นทรัลแอมบาสซีโฮเต็ล จำกัด ทุน 12,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต ให้บริการเครือข่ายอีดีซี ให้บริการสวิตซ์ชิ่งในการชำระเงินหลายระบบ ให้บริการหักบัญชี ให้บริการชำระดุล ให้บริการชำระเงินแทน ให้บริการงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า

Advertisement

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เดือนพฤษภาคม 2569 อนุญาต 90 ราย เงินลงทุนรวม 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ส่งผล 5 เดือนแรก2569 อนุญาตรวม 528 ราย เพิ่มขึ้น 102 ราย หรือเพิ่ม 24% เทียบช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน เงินลงทุนรวม 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือเพิ่ม 73% ช่วง 5 เดือนแรกประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด คือ สหรัฐ 87 ราย สัดส่วน 17% เงินลงทุน 5,982 ล้านบาท จีน 85 ราย สัดส่วน 16% เงินลงทุน 30,023 ล้านบาท สิงคโปร์ 74 ราย เงินลงทุน 36,529 ล้านบาท ญี่ปุ่น 71 ราย เงินลงทุน 27,260 ล้านบาท และ ฮ่องกง 48 ราย เงินลงทุน 9,295 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 163 ราย เงินลงทุน 44,469 ล้านบาท

สำหรับ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( EEC) 5 เดือนแรก รวม 161 ราย สัดส่วน 30% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 32 ราย หรือเพิ่ม 25% เทียบปีก่อน และมีมูลค่าการลงทุนรวม 59,939 ล้านบาท สัดส่วน 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 53 ราย ลงทุน 24,640 ล้านบาท ญี่ปุ่น 23 ราย ลงทุน 8,419 ล้านบาท สิงคโปร์ 20 ราย ลงทุน 9,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 65 ราย ลงทุน 16,940 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 กรมยกระดับเดินหน้าเข้าสู่งานให้บริการแบบดิจิทัล 100% เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ภาครัฐและภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในงานบริการที่จะยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานโลก รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใสให้กับชาวไทยและต่างชาติได้ด้วย ซึ่งปี 2568 กรมให้บริการข้อมูลนิติบุคคลโดยออกหนังสือรับรองนิติบุคคล 2.3 ล้านฉบับ คิดเป็นกระดาษถึง 9.2 ล้านแผ่น และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น รวมใช้กระดาษ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี