TMA เผย เวียดนามไล่บี้ไทย ไทยขยับขึ้น 4 อันดับขีดความสามารถแข่งขัน ชี้ต้องเร่งรับมือความท้าทายที่มีจำนวนมาก
- เวียดนามบี้ไทยแค่ 1 อันดับ
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เปิดเผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันโลก (IMD World Competitiveness Ranking 2025) ว่า ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 จากทั้งหมด 70 ประเทศ ทั้งนี้ จากผลอันดับที่ดีขึ้นในด้านประสิทธิภาพธุรกิจที่ปรับตัวขึ้นถึง 3 อันดับ และโครงสร้างพื้นฐานปรับขึ้นถึง 2 อันดับ ในขณะที่ประสิทธิภาพของภาครัฐมีอันดับคงที่ และสมรรถนะทางเศรษฐกิจลดลง 2 อันดับจากปี 2569
นายธีรนันท์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันเวียดนามที่เข้าร่วมการจัดอันดับเป็นปีแรก ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 27 ตามหลังไทยเพียง 1 อันดับ สะท้อนว่าการแข่งขันในอาเซียนมีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วนสิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ของโลก ขณะที่มาเลเซียอยู่ในอันดับ 23 สูงกว่าไทย และมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะผลิตภาพแรงงานที่สูงกว่าไทยอย่างชัดเจน ส่งผลให้แรงกดดันต่อขีดความสามารถการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

- อันดับทักษะ AI ร่วงอยู่ที่ 38
นายธีรนันท์ กล่าวว่า ในปี 2569 IMD ให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจ AI มากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการประเมินด้าน Digital ไปสู่ AI Economy ทำให้หลายตัวชี้วัดของไทยลดลง ทั้งด้าน AI Skills การเข้าถึงบุคลากรด้าน AI ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการลงทุนด้าน AI ที่ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ปัจจุบัน ไทยมีอันดับด้านทักษะ AI อยู่ที่อันดับ 38 ของโลก ขณะที่เวียดนามอยู่ที่อันดับ 11 และตัวชี้วัดการพัฒนาพนักงาน (Employee Training) เวียดนามอยู่อันดับ 5 ของโลก สะท้อนการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากกว่าไทย ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นายธีรนันท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ แม้อันดับรวมของไทยดีขึ้น แต่บางด้านกลับอ่อนแอลง โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (Technological Infrastructure) ลดลงจากอันดับ 32 มาอยู่ที่อันดับ 39 ขณะที่ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศ
ทั้งนี้ ไทยยังมีจุดแข็งด้านระบบการเงิน การสื่อสาร และการท่องเที่ยว แต่เป็นความได้เปรียบที่สร้างขึ้นมานานแล้ว เหมือนเป็นการ “กินบุญเก่า” จากการลงทุนในอดีต ขณะที่ประเทศคู่แข่งกำลังเร่งลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง

- แนะเลิกกินบุญเก่า
นายธีรนันท์ กล่าวว่า ผลิตภาพ (Productivity) ของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ โดยผลิตภาพรวมของไทยอยู่อันดับ 58 ของโลก ขณะที่ผลิตภาพแรงงานของเวียดนามอยู่อันดับ 64 ต่ำกว่าไทยเพียงเล็กน้อย แต่ยังมีข้อมูลบางภาคเศรษฐกิจที่ยังไม่ถูกนำมาคำนวณครบถ้วน และมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ประเทศมาเลเซีย ผลิตภาพภาคเกษตรสูงกว่าไทยเกือบ 5 เท่า ภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าประมาณ 2 เท่า และภาคบริการสูงกว่าราว 30-50% สะท้อนว่าไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง และการเติบโตที่ผ่านมาอาศัยการลงทุนและเงินทุนมากกว่าการเพิ่มผลิตภาพ
“ประเทศไทยยังมีเวลา แต่หากไม่เร่งลงทุนเรื่องคนและปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจ AI โอกาสที่เวียดนามจะไล่แซงไทยมีสูง เพราะความได้เปรียบหลายเรื่องที่ไทยมีอยู่ในวันนี้ เป็นสิ่งที่เราสะสมมาจากอดีตหรือเป็นการกินบุญเก่า ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ” นายธีรนันท์ กล่าว




