ศุภจี เปิดตลาดนัดนักข่าว ย้ำบทบาทสื่อ ช่วยสะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคม อัพเดตส่งออกทุเรียนเพิ่ม109.5%ข้าวไทยราคาสูงขึ้นจาก334เป็น480เหรียญ
วันที่ 20 มิถุนายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการคนข่าวขายของ “ตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 8” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพฯ จัดระหว่าง 20- 21 มิถุนายน ว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ พร้อมชื่นชมสมาคมฯ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดกิจกรรมดี ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สร้างรายได้เสริมให้สมาชิกแล้ว ยังเป็นเวทีแห่งมิตรภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน

ทั้งนี้ ปัจจุบันโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หลายด้าน ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บทบาทของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อเศรษฐกิจ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง รวดเร็ว และรอบด้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ช่วยให้สามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
“ในโลกที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง หน้าที่ของสื่อมวลชนยิ่งมีความสำคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม การได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สื่อข่าวจากหลากหลายสำนัก จะช่วยให้เกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมได้ดียิ่งขึ้น” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก โดยผลการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัวในระดับสูง และที่น่ายินดีคือสินค้าเกษตรกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนที่ขยายตัวถึง 109.5% ในเดือนเมษายน หลังจากกระทรวงพาณิชย์เร่งวางแผนตลาดล่วงหน้าก่อนผลผลิตออก เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับประมาณ 334 เหรียญสหรัฐต่อตันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่ตนมาเริ่มรับตำแหน่ง เป็นกว่า 480 เหรียญสหรัฐต่อตันในปัจจุบัน สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งสำคัญ สะท้อนผลจากการบริหารจัดการตลาดและการผลักดันการส่งออกอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการดูแลค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” และยังมีการนำผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมอีกกว่า 2,000 ราย ทั้งในช่องทางออนไลน์และจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อช่วยสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน



