‘วราวุธ’ กางแผนรับมือภูมิรัฐศาสตร์-ผลักดันเกษตรอุตสาหกรรม ชี้พบโรงงานผิดกฎหมายสั่งปิดทันที!
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังไม่อาจจะคาดเดาได้ในตอนนี้แม้จะมีการบันทึกความใจ (MOU) กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม ซึ่งมองว่ายังมีเงื่อนไขระหว่างกันอยู่
รวมถึงความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่ลงนามความตกลงร่วมกันเพื่อปฏิเสธการเป็นมหาอำนาจเดี่ยว (Unipolarity) ของโลกนั้น สถานการณ์เหล่านี้บีบให้ระเบียบโลกเดิมและกติกาการค้าอย่าง WTO อาจสั่นคลอน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการผลิต
นายวราวุธ ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์จะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมก็ต่อเมื่อมีปัจจัยบีบคั้น 3 ประการ คือ 1. เงิน ซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินหรือบทลงโทษทางภาษี เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) 2. กฎหมายจากการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานต่างๆ และ 3. ความตาย จากภัยคุกคามชีวิต เช่น กรณีโควิด-19 หรือวิกฤติพลังงาน
“วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้เป้าหมาย Net Zero 2050 ที่เคยดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องเร่งลงมือทำ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีนโยบายสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) ทั้ง B20 และ E20 เพื่อเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มและเอทานอล ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการยกระดับราคาสินค้าเกษตรไปในตัว” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์หลักคือ การขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรม หรือ AI (Agricultural Industry) โดยย้ำว่าท่ามกลางสงครามหรือวิกฤตการณ์ใดๆ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) คือจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย จะเห็นได้ว่า การจะรบกันให้ตายยังไง คนก็ต้องกิน และสิ่งที่ไทยมีคือความแข็งแกร่งของภาคเกษตร
นายวราวุธ ได้มุ่งเน้นการสนับสนุน SME ให้แข็งแรงเพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป พร้อมยกตัวอย่างนวัตกรรม Laser Land Leveling (LLL) ในนาข้าวที่ช่วยลดการใช้น้ำลง 50% เพิ่มผลผลิต 30% และลดก๊าซมีเทนได้ถึง 70-80% ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้คาร์บอนเครดิตเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนเครื่องจักรแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าโพดหรือตอซังข้าว ให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอัดเม็ด (Pellets) เพื่อแก้ปัญหาการเผาป่าและสร้างรายได้ใหม่
ในด้านการคุ้มครองผู้ประกอบการและผู้บริโภค นายวราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด โดยเฉพาะสินค้าไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ ล่าสุดได้หารือกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee, Line และ TikTok เพื่อสร้างระบบคัดกรองสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. โดยเสนอให้มีการติดเครื่องหมาย “Verified” หรือติ๊กถูกสีฟ้าหน้าชื่อร้านที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและสร้างแต้มต่อให้กับสินค้าไทย
นายวราวุธ กล่าวยืนยันถึงท่าทีที่แข็งกร้าวในการบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่ทำผิดมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยเปรียบเทียบกับผลงานในอดีตสมัยอยู่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ขนาดอุทยานฯ ตนยังสั่งปิดมาแล้ว นับประสาอะไรกับโรงงานเดียว
“ผมทำงานมีหลักการและมีเหตุผล ถ้าพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง ไม่ว่าโรงงานนั้นจะเป็นของใคร ผมสั่งปิดทันที ชื่อเสียงผมซื้อไม่ได้ ผมมีอนุสาวรีย์เตือนใจอยู่ที่สุพรรณบุรี ด้วยความมั่นใจในการตรวจสอบทั้งโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (ESG) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” นายวราวุธ กล่าว



